<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

รายงาน: นักแฮคชาวเกาหลีเหนือขโมย Bitcoin เพื่อนำไปช่วยรัฐบาลคิม จ็องอึน

บริษัทความปลอดภัยด้านไซเบอร์แห่งหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดของแคมเปญของนักแฮคของรัฐบาลเกาหลีเหนือที่ขโมย Bitcoin จากเว็บเทรดเหรียญในประเทศเกาหลีใต้

โดยอ้างอิงจากรายงานของบริษัท FireEye หรือผู้ให้บริการด้าน cybersecurity นั้น นักแฮคดังกล่าวได้ถูกหนุนหลังโดยรัฐบาลคิม จ็องอึนแห่งประเทศเกาหลีเหนือ และกำลังโจมตีเว็บเทรดเหรียญคริปโตหลายๆเว็บในประเทศเกาหลีใต้เพื่อขโมย Bitcoin และเหรียญดิจิตอลอื่นๆ

โดยเนื้อหาบางส่วนของรายงานนั้นยังบ่งชี้ว่าแคมเปญดังกล่าวถูกหนุนหลัง และให้เงินสนับสนุนโดยทางรัฐฯ หรือ ‘กองทุนส่วนบุคคลของผู้มีอำนาจในกรุงเปียงยาง’

“ทางกลุ่มนักแฮคที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐนั้นกำลังพยายามขโมย Bitcoin และสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร และพยายามหาเงินเพื่อไประดมทุนให้กับผู้นำ”

โจมตีเกาหลีใต้เพื่อขโมย Bitcoin

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่ามีบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศเกาหลีใต้บริษัทหนึ่งได้กล่าวหานักแฮคจากประเทศเกาหลีเหนือว่าขโมย Bitcoin มูลค่าราวๆ 1,000 ล้านวอน (90,000) ดอลลาร์ทุกๆเดือนตั้งแต่ปี 2013-2015 เพื่อนำไปเก็บสะสมเป็นสกุลเงิน safe haven ของพวกเขา

โดยในเดือนหลังจากนั้นก็คือเดือนพฤษภาคม นักวิจัยจากบริษัท FireEye ได้เผยว่าว่าพวกเขาทำการเฝ้าดูนักแฮคจากประเทศเกาหลีเหนือทำการตั้งเป้าหมายโจมตีเว็บเทรดในเกาหลีใต้อย่างน้อยประมาณ 3 เว็บเพื่อขโมยเงิน โดยวิธีการของพวกนักแฮคเหล่านั้นหลักๆคือการทำ spear-phishing หรือการเลือกจู่โจมอีเมล์ของพนักงานประจำของเว็บเทรดเหล่านั้น ซึ่งตัว malware ที่ถูกพบอยู่ในอีเมล์ของพวกเขานั้นดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักแฮคในประเทศเกาหลีเหนือที่เคยเจาะระบบของธนาคารทั่วโลกเพื่อขโมยเงินเมื่อปีที่แล้ว

นักวิจัยได้ชี้ไปถึงการโจมตีหลายๆจุด ซึ่งรวมถึงของเมื่อเดือนเมษายนที่เว็บเทรดของเกาหลีใต้นาม Yapizon ที่สูญเสียเงินของลูกค้าไปกว่า 5 ล้านดอลลาร์จากปัญหาขัดข้องของระบบกระเป๋า Bitcoin

ในช่วงเดือนพฤษภาคมและกรกฎาคมที่ผ่านมา นักวิจัยได้ไฮไลท์การโจมตีของพวกเขาทั้งหมด 4 รอบด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเว็บ Bithumb หรือเว็บเทรดเหรียญคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่ถูกเจาะระบบเข้าไป และขโมยข้อมูลของผู้ใช้งานไปกว่า 31,000 ราย อีกทั้งยังมีข่าวจากสำนักอื่นๆที่รายงานว่ามีเม็ดเงินราวๆ “หลายร้อยล้าน” วอนถูกขโมยออกไปจากเว็บดังกล่าวด้วยเช่นกัน

มันอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือนั้นกำลังหันมาให้ความสนใจใน Bitcoin ด้วยการขโมยมันมาจากเว็บเทรด หลังจากนั้นก็นำไปฟอกเงินต่อ โดยขายออกเป็นสกุลเงิน hard currency (ดอลลาร์, ปอนด์ และยูโร)