<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Mastercard เล็งใช้ Blockchain เพื่อขจัดการปลอมแปลงข้อมูลส่วนตัว

เอกสารด้านลิขสิทธิ์ทางปัญญาจาก Mastercard เผยว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการจ่ายเงินดังกล่าวกำลังจะนำเอา Blockchain มาใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน

โดยในเอกสารที่ถูกเปิดตัวโดยองค์กรด้านการจดสิทธิบัตรสหรัฐฯ หรือ U.S. Patent and Trademark Office (USPTO) จากเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่าทาง Mastercard ได้มีการกล่าวถึงระบบ Blockchain แบบกึ่งส่วนตัว หรือแบบส่วนตัวเพื่อนำมาใช้รับและเก็บข้อมูลส่วนตัว อาทิเช่น “ชื่อ, ที่อยู่, เลขทะเบียนผู้เสียภาษี” และอื่น ๆ

โดยรายละเอียดได้ระบุถึงก่อนหน้านี้ที่ได้มีการส่งไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนปี 2017 ว่าเทคโนโลยีที่ว่านี้จะสามารถใช้บล็อค หรือป้องกันไม่ให้มีการนำเอาข้อมูลที่ปลอมแปลงเข้ามาในระบบได้

โดยทาง Mastercard กล่าวว่า

“การใช้ blockchain ในการจัดเก็บข้อมูลประจำตัวและข้อมูลประจำตัวอาจทำให้เกิดการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวที่ไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งสามารถให้มีการตรวจสอบได้อย่างถูกต้องและป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลอีกด้วย”

เอกสารดังกล่าวอธิบายว่าระบบที่ว่านี้จะใช้ “ไฟล์ข้อมูล” สำหรับแต่ละฝ่ายที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ public key และ “การควบคุมทางภูมิศาสตร์” และฝ่ายที่เกี่ยวข้องนี้จะเป็น “ผู้น้อย” ในขณะที่ “ผู้ใหญ่” นั้นจะสามารถกำหนดลายเซ็นดิจิทัลในไฟล์ข้อมูลของกลุ่มผู้น้อยได้ นอกจากนี้ “ตัว hashing module ของเซิฟเวอร์” จะทำการสร้าง “มูลค่าสำหรับ identity” ให้แต่ละฝ่ายและสร้าง block กับ timestamp เพื่อบันทึกข้อมูลของบล็อกล่าสุดที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน Blockchain

อย่างไรก็ตาม ตัว blockchain ของ Mastercard นั้นจะไม่ได้เป็นแบบสาธารณะ แต่จะเป็นแบบส่วนตัว ซึ่งนั่นหมายความว่าจะมี node เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่สามารถถูกเปิดได้ โดย node เหล่านี้จะสามารถใช้เพื่อ “ป้องกันข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่อาจจะมาสร้างผลกระทบต่อความแม่นยำของข้อมูลที่ถูกเก็บไว้” ต่อ application

หากจะอธิบายให้ง่าย ๆ ก็คือจะมีเพียงแค่ตัว node เก็บข้อมูลที่ได้รับอนุญาตจาก Mastercard เท่านั้นที่จะถูกนำมาใช้เก็บข้อมูลได้่ และอ้างอิงจาก Mastercard นั้น ระบบดังกล่าวอาจจะสามารถนำมาทดแทนระบบการยืนยันตัวตนแบบเก่าที่ถูกโกงง่ายกว่าได้

ข้อมูลจาก Coindesk

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้
Love
Haha
Wow
Sad
Angry

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

Read previous post:

ตำรวจ FBI ได้ออกมาประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่านาย Renwick Haddow อายุ 49 ปีสัญชาติอังกฤษได้ถูกส่งตัวไปยังสหรัฐอเมริกาจากประเทศโมร็อคโค เพื่อรับข้อกล่าวหาที่ศาลขตฝั่งใต้ของเมืองนิวยอร์ค โดยเขานั้นถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าทำการต้มตุ๋นหลอกเอา Bitcoin ของเหยื่อมาได้เป็นมูลค่ากว่า...

Close