<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

ขุดเหรียญด้วยการเทรด: CoinBene และ Bit-Z Volume เทรดแซง Binance หลังใช้โมเดลรูปแบบใหม่

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ดูเหมือนว่าเมื่อไม่นานมานี้โมเดลการสร้างรายได้แบบใหม่นาม “Trans-fee Mining” จะเริ่มเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมคริปโต ถึงแม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญในวงการออกมาแย้งว่า โมเดลดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาวก็เป็นได้

อ้างอิงจาก Coinmarketcap มีเว็บเทรดคริปโต 2 เว็บได้ทะยานขึ้นไปครองตำแหน่งอันดับต้น หากเปรียบเทียบปริมาณการเทรดภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากที่เริ่มใช้โมเดล Trans-fee Mining

ข้อมูลเผยว่าปริมาณการเทรดของเว็บเทรดคริปโตสัญชาติสิงคโปร์นาม CoinBene อยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่เว็บเทรดสัญชาติฮ่องกงทีมีชื่อว่า Bit-Z อยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ทั้งคู่มีปริมาณการเทรดภายใน 24 ชั่วโมงมากกว่า Binance ถึง 1 พันล้านดอลลาร์

bitazza-may-768x90

FCoin เป็นเว็บเทรดที่มี Feature นี้เป็นครั้งแรก เว็บเทรดดังกล่าวถูกสร้างโดยอดีต CTO ของเว็บ Huobi สำหรับคนที่ไม่ทราบโมเดล Trans-fee Mining จะใช้โทเคนของเว็บเทรดนั้น ๆ เป็นแรงจูงใจที่ทำให้ผู้ใช้งานอยากเทรดบนแพลตฟอร์มของพวกเขามากขึ้น

ยกตัวอย่างในกรณีของเว็บ Bit-Z อ้างอิงจาก Whitepaper ของพวกเขา แพลตฟอร์มของพวกเขาวางแผนที่จะปล่อยโทเคนนาม BZ Token ออกมาจำนวนทั้งหมด 300 ล้านโทเคน ในทุก ๆ ค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้งานจ่ายให้กับเว็บเทรดในรูปแบบของ Bitcoin หรือ Ethereum พวกเขาจะได้รับ BZ Token คืนกลับไปเป็นมูลค่า 100 เปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมที่เสียไป

นาย Zhao Changpeng CEO ของ Binance มีความคลาบแคลงใจว่า โมเดลดังกล่าวนั้นจะยั่งยืนในระยะยาวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าโมเดลนี้อาจส่งผลให้เกิดปริมาณการเทรดปลอม ๆ ขึ้นมาก็ได้ และผู้ใช้งานอาจสร้างบอทขึ้นมาเพื่อนำไปเทรดเพื่อให้ได้โทเคนมา ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าในระยะยาวผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร

ที่มา Coindesk

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

miningpro-may-768x90