<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“Onecoin เป็นแชร์ลูกโซ่ธรรมดานั่นเอง” โดยผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต.

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาได้มีการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2018 ที่ IMPACT ARENA MUNG THONG THANI โดยมีวิทยากรจากหลากหลายสาขาด้านการเงินขึ้นมาพูดเกี่ยวกับเรื่อง Blockchain และ Cryptocurrency โดยใน Session เรื่อง “ ICO ในประเทศไทย” ก็มีการกล่าวถึงเหรียญ OneCoin อีกด้วย

ICO

อ้างอิงจาก Facebook ของเพจ Digital Thailand Big Bang คุณพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) ได้กล่าวถึงการระดมทุน ICO อย่างคร่าว ๆ ว่า:

“ICO ไม่จำเป็นต้องก่อตั้งบริษัทขึ้นมาก็ได้ แต่อาจจะมีแค่ไอเดีย อาจจะยังไม่มี Proof-of-Concept หรือกิจการที่ก่อตั้งขึ้นมาแล้วหรือประวัติการดำเนินงานมาแล้วคือไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้น อาจจะเป็นแค่ไอเดีย และก็สามารถมาระดมทุนได้เลยนะคะ”

และทางคุณพราวพร เสนาณรงค์ก็ได้กล่าวถึงอัตราการก้าวกระโดดของ ICO ในสองสามปีที่ผ่านมาว่า:

“เมื่อปี 2016 อาจยังไม่เห็นตัวเลขของ ICO เลยน้อยกว่า 100 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อมาปี 2017 เนี่ย จำนวนโปรเจกต์เพิ่มขึ้นเป็น 800 โปรเจกต์ และคิดเป็นเงินกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 70 เท่าของปี 2016 และช่วงที่พีคที่สุดเนี่ยคือเดือนธันวาคมปี 2017 มีการระดมทุน ICO กว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์”

80 เปอร์เซ็นต์ของ ICO คือการหลอกลวง

หลังจากนั้นคุณพราวพร ก็กล่าวถึงจำนวนของ ICO ที่หลอกลวง (Scam) โดยเธอได้กล่าวว่า:

“ICO มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์นั้นหลอกลวง โดยหนึ่งใน ICO Scam ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเนี่ย ก็มีนักลงทุนที่ถูกหลอกเนี่ยเข้าไปลงทุนกว่า 30,000 ราย คิดเป็นเงินกว่า 600 ล้านดอลลาร์ แต่ถึงจะเป็น Scam เนี่ย พวกเขาก็ยังคงใส่เงินลงไปเพื่อหวังผลตอบแทน Scammer พวกนี้รู้ถึงจุดอ่อนข้อนี้ก็เลยล่อนักลงทุนพวกนี้เข้าไป และ Scammer พวกนี้ก็จะให้สัญญาเรื่องค่าตอบแทนที่สูงกว่าผิดปกตินั่นเอง”

Onecoin

คุณพราวพรได้ยกตัวอย่างของเหรียญ Scam ที่โด่งดังมาด้วยโดยในการอภิปรายนี้เธอได้ยกเหรียญที่ชื่อว่า OneCoin นั่นเอง โดยเธอได้กล่าวว่า:

“Onecoin ไม่ได้เป็น ICO ไม่ได้เป็นอะไรเลยคือเป็นแชร์ลูกโซ่ธรรมดานั่นเอง บอกว่าจะไปลงทุนในอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าก็ไม่ได้เอาเงินไปลงทุน ทำให้ทางการไทยเราเนี่ยก็เลยกังวลมากไปกว่าแค่ ICO Scam กังวลไปถึง Digital Asset ทั้งหมด”

โดยสรุปสุดท้ายคุณพราวพรกล่าวว่า:

“ทางกลต. ก็ต้องออกและสร้างความโปร่งใสให้มากที่สุดเวลาที่จะออกกฎเกณฑ์อะไร ทางกลต. ก็เคยออก Facebook Live และการที่เราทำ Hearing กฎเกณฑ์ก็มีคนเข้าไปรับชมกว่า 20,000 กว่าราย เราพยายามที่จะรับฟังความคิดเห็นให้มากขึ้น เราเห็นว่ากฏเกณฑ์มันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เราไม่อยากทำให้เกิดอุปสรรคของความเติบโตของธุรกิจ สุดท้าย Timing คือสิ่งสำคัญมาก กลต. ก็อยากที่จะร่วมมือกับ Stakeholders ที่จะคว้าโอกาสของไทยเราที่จะมาเป็น Global Digital Economy ค่ะ”