<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

XRP เป็น Altcoins ที่มีมูลค่าลดลงน้อยที่สุดในการร่วงลงของตลาดคริปโตที่เพิ่งเกิดขึ้น

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Ripple เป็น Altcoins ที่มีมูลค่าลดลงน้อยที่สุดในการไหลลงของตลาดคริปโตครั้งนี้ หลังธนาคารอันดับที่ 5 ของเอเชีย ประกาศกำลังจะใช้งานเครือข่ายของ Blockchain ของ Ripple

ตลาดคริปโตไหลลง

อ้างอิงจาก Coinmarketcap XRP มีราคาร่วงลงมา 2.22 เปอร์เซ็นต์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็น Altcoins ที่มีมูลค่าเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดในการร่วงลงอีกระลอกที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2018 ราคาของ Bitcoin ร่วงลงไปแตะ 4,800 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในปี 2018 โดยมีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ 12.55 เปอร์เซ็นต์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Altcoins เหรียญอื่น ๆ เช่น Ethereum, Cardano หรือ Monero พบว่ามีการร่วงลงของมูลค่ากว่า 14 เปอร์เซ็นต์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วน Bitcoin Cash ที่เพิ่ง Hard Fork สำเร็จไปนั้นมีราคาลดลงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ด้วยเช่นกัน

Ripple จับมือ CIMB

อ้างอิงจากประกาศจาก Ripple RippleNet กำลังขยายเครือข่ายธนาคารของพวกเขาไปยัง CIMP Group ซึ่งเป็นกลุ่มธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ในภูมิภาค ASEAN พวกเขาได้จับมือกันเพื่อที่จะทำให้เกิดการทำธุรกรรมข้ามพรหมแดนได้แบบทันทีในตลาดของ CIMB

ในขณะที่รายงานอยู่นี้ RippleNet มีฐานลูกค้าเป็นสถาบันการเงินหลายร้อยแห่ง ซึ่ง CIMB กำลังจะเข้าร่วมและใช้เครือข่ายนั้นในการช่วยทำธุรกรรมทั่วโลก

CIMB ถือว่าเป็นธนาคารที่สนใจและหันมาจับ Blockchain เป็นอันดับต้น ๆ ในวงการ พวกเขาเล็งเห็นว่า มันจะสามารถทำให้ธุรกรรมใช้เวลาน้อยลงและง่ายยิ่งขึ้น

มีรายงานจาก World Bank ชี้ว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีมูลค่าการทำธุรกรรมมากกว่า 120 พันล้านดอลลาร์ในปี 2018 และ CIMB เป็นผู้ที่ทำธุรกรรมเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ในส่วนนั้น

CIMB วางแผนที่จะใช้ Blockchain Solution ของ Ripple มาพัฒนาระบบการทำธุรกรรมที่มีอยู่แล้วของพวกเขานาม SpeedSend ที่ปัจจุบันสามารถรับส่งเงินได้แทบจะทันทีอยู่แล้ว แต่การร่วมมือกับ Ripple จะทำให้พวกเขาสามารถให้บริการได้ทั่วภูมิภาค ASEAN ไม่ใช่จำกัดแค่ในมาเลเซีย

นาย Tengku Dato’ Sri Zafrul Aziz CEO ของ CIMB Group ได้ให้ความเห็นกับการร่วมกันครั้งนี้ว่า:

“Solution นวัตกรรมด้าน Blockchain นี้จะปฎิวัติการทำธุรกรรมข้ามประเทศ และเป็นการสานต่อความพยายามที่จะกลายเป็นธนาคารดิจิทัล โดยการให้บริการธุรกรรมที่รวดเร็วและมีต้นทุนที่ต่ำสำหรับลูกค้าของเราทั่วภูมิภาค ASEAN”

การจับมือกันครั้งนี้จะถือเป็นอีกก้าวหนึ่งให้ Ripple ขยายเครือข่ายของพวกเขาให้กับสถาบันการเงินมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ CEO ของ Ripple ก็เคยออกมาประกาศเจตจำนงด้วยว่า พวกเขากำลังที่จะก้าวขึ้นไปให้เหนือกว่า SWIFT เครือข่ายการชำระเงินที่ปัจจุบันธนาคารใช้กันอยู่ทั่วโลกอีกด้วย

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น