<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

CEO ของสตาร์ทอัพคริปโตยักษ์ใหญ่ เผย “คริปโตจะมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าเว็บไซต์”

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

อ้างอิงจากกระทู้ Reddit ที่ถูกตั้งโดยบริษัท Circle สตาร์ทอัพด้านคริปโตที่ได้รับการสนับสนุนโดย Goldman Sachs สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ CEO ของบริษัทได้แสดงความเห็นว่า “คริปโตนั้นจะมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าเว็บไซต์”

กระทู้ดังกล่าวเป็นกระทู้ AMA (เปิดให้ถามอะไรก็ได้) โดยจะมีสมาชิกและ CEO ในบริษัท Circle มาตอบคำถามต่าง ๆ โดยตรง

ในกระทู้นั้นถูกเริ่มด้วยการประกาศถึงความสำเร็จที่ Circle สามารถทำได้ในปี 2018 ที่ผ่านมา เช่นการเปิดตัว Circle Invest แพลตฟอร์มการลงทุนคริปโตสำหรับมือใหม่ที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ก็ลงทุนได้, การสร้าง Stablecoin นาม USDC ซึ่งมีมูลค่าในตลาดประมาณ 3.5 ล้านดอลลาร์ และการให้บริการเทรดแบบ OTC กับลูกค้าระดับสถาบันเป็นปริมาณกว่า 24 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นจำนวนการเทรดกว่า 10,000 ครั้ง

ความเห็นเกี่ยวกับคริปโตของ CEO Circle

ได้มีชุมชนคริปโตเข้าไปสอบถามถึงเหตุว่าทำไมนาย Jeremy Allaire CEO ของ Circle ถึงเกิดสนใจในคริปโตขึ้นมาได้ โดยเขาได้ให้คำตอบว่า เขาสนใจในความ Decentralized ของมัน และพลังที่ทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตยได้ ซึ่งเขาได้กล่าวเพิ่มเติมถึงมุมมองในอนาคตของเขาอีกด้วย:

“ในมุมมองของผม คริปโตเป็นอะไรที่มีความสำคัญและเป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามา Disrupt ได้กว่าเว็บไซต์ซะอีก เนื่องจากมันส่งผลทั้งสังคม, การเมือง, เศรษฐกิจ และการปกครอง ซึ่งจะเป็นสิ่งทียิ่งใหญ่เป็นอย่างมากต่อมนุษยชาติ”

นาย Allaire ยังได้ชี้อีกด้วยว่า ในตอนนี้สิ่งที่บริษัทเช่น Circle กำลังเผชิญปัญหาอยู่คือ ความไร้ทิศทางด้านกฎหมายของ SEC ที่จะระบุว่า คริปโตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรืออะไรกันแน่ การที่ทำให้กฎหมายมีความชัดเจนั้นจะ “ปลดล็อกกิจกรรมให้ตลาดสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้”

ท้ายสุด เขาได้ตอบคำถามเกี่ยวกับมุมมองว่า คริิปโตนั้นจะยังเป็นตัวกลางในการเก็บมูลค่าหรือตัวกลางในการแลกเปลี่ยนอยู่หรือไม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า และเขาก็ได้ตอบว่า:

“เราคิดว่า สินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าเช่น Bitcoin จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางกว่านี้มาก และคริปโตอื่น ๆ จะถูกใช้ในภาคส่วนอื่น ๆ แบ่งกันไปในการทำธุรกรรมรายวันของผู้คน”

เรียกได้ว่า เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจของ CEO สตาร์ทอัพคริปโตยักษ์ใหญ่ หากคริปโตเข้ามามีบทบาทได้มากกว่าเว็บไซต์จริง มันคงจะเป็นอนาคตที่เราคงนึกภาพไม่ออกเลยทีเดียวว่าจะเป็นอย่างไรในอีก 10 ข้างหน้า เช่นเดียวกับก่อนที่จะมีอินเทอร์เน็ต เมื่อ 10 ปีก่อนหน้านั้นเราก็คงคาดไม่ถึงว่าจะพัฒนามาถึงเพียงนี้

ที่มาภาพ CCN

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น