<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

หญิงสาวคนหนึ่งออกจากมหาลัยกลางคัน เพื่อตั้งสตาร์ทอัพ Blockchain ช่วยเหลือผู้ไร้บัญชีธนาคาร

อ้างอิงจาก theblockchainland หญิงสาวอายุ 26 นาม Maxine Ryan ผู้หลงใหลในเทคโนโลยี Blockchain ได้ก่อตั้งบริษัท Bitspark เพื่อที่จะทำให้ผู้คนส่งเงินไปต่างประเทศได้โดยไม่ต้องใช้ธนาคารและเสียค่าธรรมเนียม

ความเป็นมาของเธอ

นางสาว Ryan ได้ศึกษาเทคโนโลยี Blockchain มาเป็นระยะเวลาหลายปี และได้ตัดสินใจก่อตั้งสตาร์ทอัพในปี 2014 กับเพื่อนของเธอ นาย George Harrap ที่ปัจจุบันทำหน้าที่ CEO

ในปี 2014 Blockchain ยังไม่ใช่กระแสอะไรที่มาแรงเท่าตอนนี้ เรียกได้ว่าตอนนั้นก็เปรียบเสมือนกับช่วงตั้งไข่ของมัน อย่างไรก็ตาม คริปโตเช่น Bitcoin นั้นกลับมีชื่อเสียงที่โด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จากราคาที่ผันผวนของมัน

หลังจากที่นาย Harrap ซึ่งเป็นวิศวกรไฟฟ้า ได้อธิบายว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นดีอย่างไรให้กับนางสาว Ryan ฟัง ในเวลาไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้ง ๆ ที่เหลือเพียงอีก 6 เดือนเท่านั้นก็จะจบการศึกษาแล้ว และเริ่มลงมือพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้แรงงานในฮ่องกงที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของเธอเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก World Bank มีแรงงานหลายพันล้านชีวิตในภูมิภาคเอเชียที่ใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีบัญชีธนาคารซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก ยังไม่รวมส่วนอื่น ๆ ของโลก ด้วยเหตุนี้ ทำให้พวกเขามีความยากลำบากมากในการส่งเงินกลับไปให้คนในครอบครัวที่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขา หรือถ้าส่งได้ก็เจอกับค่าธรรมเนียมที่แพงมาก ๆ ซึ่ง Bitspark เห็นปัญหาตรงนี้และเข้ามาลงมือแก้ไขปัญหา

เธอได้ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก แต่ก็สามารถฟันฝ่ามาได้จนทีมเติบโตอย่างว่องไวเป็น 17 คน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วยุโรปและเอเชีย

ในปัจจุบัน Bitspark ได้จับมือกับพันธมิตรในหลาย ๆ ประเทศเช่น กานา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไนจีเรีย, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์และเวียดนาม

นอกจากนี้ เธอยังได้รับการพูดถึงโดยนิตยสาร Forbes 30 Under 30 อีกด้วย เรียกได้ว่าทำตามความฝันของเธอได้อย่างสำเร็จจากการมองเห็นโอกาสและรู้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้

ที่มาภาพ theblockchainland

Read previous post:

“ผมชอบ Bitcoin ตรงที่มันไม่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นทั่วไป มันมีศักยภาพที่จะมีมูลค่าสูงมาก ๆ และมีโอกาสที่จะไม่มีมูลค่าเลยเช่นกัน” กล่าวโดยนาย Bill Miller

Close