bitkub-banner

เอกสารยื่น ETF แฉ ที่อยู่กระเป๋าเงิน 100  ใบ ถืออุปทาน Worldcoin รวมกันกว่า 90%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • การยื่นเอกสารขอจัดตั้ง Worldcoin ETF ของ Grayscale เผยข้อมูลว่า กระเป๋าเงินเพียง 100 ใบถือครองอุปทานหมุนเวียนของ WLD สูงถึง 90%
  • Grayscale ระบุความเสี่ยงในเอกสารด้วยตัวเองว่า เครือข่ายยังพึ่งพาตัวประมวลผล แบบรวมศูนย์, การควบคุมและการบริหาร อยู่ในมือคนกลุ่มน้อย 
  • World Foundation แม้จะเคยตั้งเป้ากระจายศูนย์ระบบให้สำเร็จภายในปี 2026 แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

เอกสารยื่นจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน Worldcoin ETF ของ Grayscale ได้เปิดโปงระดับการรวมศูนย์อย่างรุนแรงของโปรเจกต์ World (WLD) โดยพบว่ามีกระเป๋าเงิน 100 ใบที่ถือครองอุปทานหมุนเวียนมากถึง 90% อีกทั้งยังมีการระบุถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน ทั้งการพึ่งพาตัวประมวลผลแบบรวมศูนย์ ตลอดจนการบริหารจัดการที่ยังถูกควบคุมโดย World Foundation เป็นหลัก แม้ทางองค์กรจะเคยให้สัญญาว่าจะกระจายอำนาจให้สำเร็จภายในปี 2026 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล Grayscale ได้มีการยื่นเอกสารเพื่อขอจัดตั้งกองทุน Worldcoin ETF ซึ่งเอกสารที่ยื่นนี้ได้เปิดโปงว่ามีที่อยู่กระเป๋ากว่า 100 ใบ ได้ถือครองอุปทานหมุนเวียนของ WLD ในขณะนี้สูงถึง 90%

Worldcoin หรือ World ในปัจจุบันคือโปรเจกต์คริปโทฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Sam Altman ที่มีวิสัยทัศน์วางไว้ให้เป็น “เหรียญเพื่อโลกใบนี้” และจะมีการกระจายอุปทานให้เท่าเทียมและทั่วถึงให้ได้มากที่สุด แต่ข้อมูลล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงการกระจุกตัวของอุปทานนั้นได้ทำให้นักเทรดเกิดความกังวลขึ้นเป็นอย่างมาก

อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี โทเคน WLD ส่วนใหญ่ล้วนได้มาจากการยืนยันตัวตนผ่านการสแกนม่านตาของผู้ใช้งานทั่วโลก ทำให้ตามหลักแล้ว World แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดการรวมศูนย์ขึ้น แต่ความจริงที่ปรากฏออกมากลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม

เอกสารยื่นจดทะเบียนดังกล่าวได้ยอมรับถึงการพึ่งพาตัวประมวลผลธุรกรรมแบบรวมศูนย์, ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์อัปเกรด​ Smart Contracts, ผู้ดูแลระบบบริดจ์เชื่อมต่อเครือข่าย  ตลอดจนระบบการปกครองเครือข่าย ที่แทบจะไม่เคยใช้เหรียญกำกับดูแลของตนเองเลย

Grayscale รู้เรื่องนี้ดี

การค้นพบในครั้งนี้เป็นที่น่าแปลกใจมากว่า มันไม่ได้มาจากนักวิจารณ์ภายนอก แต่ทาง Grayscale เป็นคนเขียนและระบุถึงความเสี่ยงข้อนี้ด้วยตนเองในเอกสาร  

กล่าวคือ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าตัวโปรเจกต์มีการรวมศูนย์ขนาดไหนทั้งในเชิงอุปทานการต้องพึ่งพาตัวประมวลผลบล็อกเชน รวมถึงการที่ผู้มีอำนาจไม่กี่คนมีสิทธิ์ตัดสินใจที่เกี่ยวเนื่องกับตัวระบบโปรโตคอล และนั่นยังไม่ได้รวมถึงประเด็นเรื่อง Orb สแกนม่านตา และอิทธิพลของ Foundation ต่อโปรเจกต์ โดยหากเทียบกับ Ethereum แล้ว World Chain ยังถือว่าห่างไกลอีกมากหากจะนับว่าเป็นเครือข่ายที่เปิดกว้าง

ทีมกฎหมายของ Grayscale ถึงขนาดใส่คำเตือนในข้อตกลงปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยระบุว่า “เป็นไปได้ และมีโอกาสค่อนข้างสูงด้วยซ้ำ ที่ผู้ร่วมใช้งาน WLD กลุ่มแรกๆ เพียงกลุ่มเล็กๆ อาจถือครอง WLD ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปริมาณเหรียญที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมด ณ ปัจจุบัน”

ด้าน World Foundation เอง แม้จะเคยออกมาให้สัญญาว่าภายในช่วงสิ้นปี 2026 พวกเขาจะสามารถผลักดันให้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการทำให้เครือข่ายมีการกระจายศูนย์ แต่ในปัจจุบันเราก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ เป็นรูปธรรมชัดเจน

เหรียญของคนหรือเหรียญของใคร?

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2024 Worldcoin เคยตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะทำให้โปรเจกต์ของพวกเขาถูกสร้างและปกครองโดยมนุษย์ผู้ใช้งานทุกคน แต่ในความเป็นจริงแล้วองค์กรต่างหากที่เป็นฝ่ายควบคุม WLD

จริงอยู่ที่ว่าโทเคน WLD มีคุณสมบัติที่สามารถใช้โหวตออกเสียงได้ แต่ฟังก์ชันการใช้งานนั้นกลับไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าที่ควร 

นอกเหนือจากนี้ Worldcoin ยังเคยได้มีการพูดถึงเรื่องเมคานิค 1 คนต่อ 1 เสียงโหวต แต่อ้างอิงจากเอกสารของ Grayscale แนวคิดดังกล่าวนั้นแทบไม่เคยมีตัวตนจริง

เอกสารชี้ชวนระบุว่า การบริหารจัดการของ World Network ยังคงถูกกำกับดูแลเป็นหลักโดย World Foundation ซึ่งได้แสดงเจตจำนงไว้ว่าจะค่อยๆ กระจายอำนาจการบริหารจัดการในระยะยาว พูดอีกอย่างก็คือ ณ ปัจจุบัน ระบบการบริหารจัดการนี้ยังไม่ได้มีการกระจายอำนาจแต่อย่างใด

ที่มา : Protos


มุมมองผู้เขียน : ดูเหมือนว่า Worldcoin ในปัจจุบันจะยังคงเต็มไปด้วยปัญหาที่หากไม่เร่งปรับปรุง ก็จะเป็นอุปสรรคสำคัญทั้งในการอนุมัติกองทุนจาก SEC และการยอมรับจากชุมชนคริปโทฯ ในระยะยาว แต่ทั้งนี้การเป็นบล็อกเชนแบบรวมศูนย์นั้นไม่ผิดอะไรเพราะ XRP ก็ออกมายอมรับ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนไม่พอใจคือการอ้างการกระจายอำนาจแต่ปฏิบัติสวนทางต่างหาก