<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

กราฟตลอด 7 ปีที่ผ่านมาชี้ Bitcoin นั้นยังอยู่ในช่วงตลาดขาขึ้น

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้พบว่ามีแรงซื้อในตลาด Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้ราคานั้นยังคงอยู่ในช่วง 8,000 ดอลลาร์ได้ ซึ่งหมายความว่าเทรนของตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหลายยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่นั่นเอง ซึ่งสภาวะดังกล่าวเช่นกันที่เป็นผลให้กราฟเแสดงเทรนของตลาดนั้นสูงกว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เป็นสัญญาณแสดงว่าตลาดมีทิศทางที่จะเติบโตมากขึ้นไปอีกในเร็ววันนี้

ราคา Bitcoin นั้นขึ้นไปแตะ 8,600 ดอลลาร์จากแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาด

ในขณะที่มีการเขียนข่าวนี้ ราคา Btcoin นั้นมีราคาเพิ่มขึ้นไปอยู่ในช่วง 8,600 ดอลลาร์สูงกว่าราคาต่ำสุดในรอบเวลา 24 ชั่วโมงที่ 8,150 ดอลลาร์ โดยเมื่อพิจารณาจากในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาน้ันจะพบว่า Bitcoin นั้นกลับตัวจากราคาต่ำสุดที่ 7,585 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดราคาที่สะสมแรงผลักของราคาส่งผลให้ราคา Bitcoin นั้นสูงขึ้นมาสู่ระดับราคาปัจจุบันได้

โดยในขณะนีเราคา BTC กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในช่วงกลางถึงปลายของราคาที่ 8,000 ดอลลาร์ซึ่งเป็นช่วงราคาของเส้นแนวต้านสำคัญส่งผลให้ราคาตกลงไปในช่วงเดือนที่ผ่านมาหลังจากขึ้นมาแตะที่ช่วงราคาปัจจุบันได้ไม่นาน ซึ่งการที่จะผ่านเส้นแนวต้านนี้ไปได้นั้นต้องอาศัยแรงซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมากในเร็วๆนี้

นาย Luke Martin หนึ่งในนักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อดังได้ออกมากล่าวผ่าน Twitter ของเขาว่าหากราคา Bitcoin นั้นผ่านช่วง 8,400 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ มันอาจมีราคาเพิ่มขึ้นไปถึง 9,800 ดอลลาร์ก็เป็นได้

เมื่อพิจารณาเทรนการซื้อขายในตลาดตลอด 7 ปีที่ผ่านมาพบว่าตลาดขาขึ้นจะยังโตขึ้นไปอีก

เราอาจจะพิจาณณาได้ว่าหนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังการที่ราคา Bitcoin นั้นเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้อาจเป็นเพราะอัตราการซื้อขายในตลาดนั้นคงตัวสูงกว่าเทรนอัตราการซื้อขายในตลาดตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้นาย Josh Rager หนึ่งในนักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อดังได้ออกมากล่าวอธิบายผ่าน Twitter ถึงกราฟเทรนการซื้อขายดังกล่าวว่าหากราคา Bitcoin นั้นสามารถคงตัวอยู่ในช่วงที่สูงกว่าราคา 7,200 ดอลลาร์ได้ สภาวะตลาดขาขึ้นนั้นจะยังคงเติบโตมากขึ้นไปกว่านี้อีกมาก

และเมื่อเหล่านักวิเคราะห์ต่างเห็นไปในทางเดียวกันถึงทิศทางของราคา Bitcoin แล้ว ถึงคราวที่นักลงทุนทั้งหลายจะมาตั้งตารอคอยถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดคริปโตที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ว่าตลาดขาขึ้นนั้นจะขยับตัวสูงขึ้นไปอีกมากน้อยแค่ไหน

ที่มา : newbtc