<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ศาลสหรัฐฯชี้ นาย Craig Wright ผู้อ้างตัวเองว่าเป็นคนสร้าง Bitcoin มีส่วนในการต้มตุ๋นและหลอกลวง

ดร. Craig Wright ผู้สนับสนุนของเหรียญ Bitcoin SV และเป็นผู้ที่เคลมตัวเองว่าเป็น Satoshi Nakamoto หรือผู้สร้าง Bitcoin กำลังเป็นที่ฮือฮาในวงการอยู่หลายครั้งหลายคราวรวมถึงผู้ชอบในการโจมตีวิจารณ์เหรียญ Altcoin อื่น ๆ ว่าเป็นขยะ จะได้รับผลกระทบจากการกระทำอันบ้าบิ่นของเขาในอดีตแล้ว

ล่าสุด เอกสารจากศาล Florida ได้ชี้ให้เห็นว่า ดร. Wright กระทำการให้การเป็นพยานเท็จ เนื่องจากการให้การของเขาขัดแย้งกับคำให้การที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เขาเคยส่งไปยังศาล Australia

ดร. Wright ถูกเรียกไปที่ศาล หลังเอกสารเผยให้เห็นว่าให้การเป็นพยานเท็จ

ดร. Craight Wright หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ nChain และผู้ที่เคลมตัวเองว่าเป็น Satoshi Nakamoto ยังมีประเด็นในวงการคริปโตให้ได้รับชมกันเรื่อย ๆ หลังจากที่เขาเริ่มทำการฟ้องร้องนาย Peter McCormack นัก Podcast ด้านคริปโต เพื่อเป็นตัวอย่างว่าเขาเอาจริง ในด้านกฎหมายนี้

ในขณะเดียวกันนั้น ดร. Wright ก็ได้เข้าไปมีความเกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องของนาย Ira Kleiman น้องของนาย David Kleiman ผู้ที่เขาเคลมว่า เป็นคนช่วยดร. Wright พัฒนา Bitcoin และนาย Kleiman ก็ได้ทำการฟ้องร้องเขา โดยการกล่าวหาว่า ดร. Wright ทำการขโมย Bitcoin ไปจำนวน 1.1 ล้าน BTC จาก W&K Info Defense Research บริษัทที่ดร. Wright และนาย David Kleiman ก่อตั้งด้วยกัน

หลังจากที่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวน Bitcoin ที่ถือ และไม่ยอมไปปรากฏตัวที่ศาล ศาล Florida เลยออกคำสั่งให้เขามาปรากฏตัวเพื่อไกล่เกลี่ยในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของเขา ก่อนหน้านี้ดร. Wright ได้ทำการยื่นเรื่องเพื่อที่จะเลื่อนคดีนี้ออกไป และอนุญาตให้เขาสามารถไกล่เกลี่ยผ่านวิดีโอคอลได้ แต่ก็คำร้องนั้นก็ถูกปฏิเสธไปในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ในเอกสารล่าสุดของศาลได้ระบุว่า ดร. Wright ได้ทำการให้การเป็นพยานเท็จ ซึ่งเขาอาจต้องติดคุกมากถึง 5 ปี และโดนปรับเพิ่มเติมอีก อ้างอิงจากเอกสาร หลังจากที่เขาได้ถูกกล่าวหาว่าถูกขโมย Bitcoin มูลค่ากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34,257 ล้านบาท) ดร. Wright ก็ได้ “ทำการสาบานกับศาล Australia ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท W&K” ซึ่งถูกพบว่าเป็นการสาบานที่ขัดแย้งในตัวเอง

ดร. Wright โกหกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เขาและนาย Kleiman เป็นเจ้าของ

คำยื่นฟ้องของดร. Wright ได้ทำการกล่าวหาว่า เขาและนาย Kleiman ได้ทำการขุด Bitcoin เป็นจำนวนมากกว่า 1.1 ล้าน BTC ในระหว่างที่เป็นเจ้าของบริษัทร่วมกัน แต่หลังจากที่นาย Kleiman เสียชีวิต ดร. Wright ก็ได้ทำการยึด Bitcoin รวมทั้งทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้นมาเป็นเจ้าของ ซึ่งไม่ถูกหลักกฎหมาย

หลังจากที่ดร. Wright ได้การกล่าวหามาจากนาย Iraa Kleiman เขาก็ได้ทำการยื่นคำร้องไปที่ศาล Australia ว่า เขานั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท W&K ใด ๆ ทั้งนั้น เขาได้ทำการรองรับคำร้องนี้ ด้วยการสาบานว่า เขาไม่เคยเป็นผู้ถือหุ้น, สมาชิก, Agent, พนักงาน หรือตัวแทนของบริษัท W&K เลย

นอกจากนี้ เขายังได้สาบานภายใต้ภายใต้บทลงโทษการให้การเท็จภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกาด้วยว่า เขาไม่เคยมีอำนาจในการควบคุมบริษัท W&K เลย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา มีหลักฐานปรากฏว่า ดร. Wright นั้นเคยส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังศาลฎีกาแห่งรัฐ South Wales ที่เขายืนยันว่า เขาเป็นเจ้าของบริษัท W&K 50 เปอร์เซ็นต์ และนาย David Kleiman เป็นเจ้าของอีก 50 เปอร์เซ็นต์

เขายังได้ย้ำ โดยการกล่าวด้วยว่า “บริษัท W&K Info Defense LLC นั้นเป็นหุ้นส่วนที่จัดตั้งขึ้น และหุ้นทั้งหมดคือการถือร่วมกัน” และอ้างอิงจากเอกสารของศาล ดร. Wright ก็เคยเรียก “ประชุมผู้ถือหุ้น” ในปี 2013 ด้วย โดยที่เขาเป็นผู้โหวตคนเดียว ซึ่งเป็นการเลือกผู้บริหารของบริษัท

จากข้อมูลนี้เองที่ทำให้เกิดการขัดแย้งในตัวเองเกิดขึ้นของคำกล่าวที่ว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเคยมีอำนาจกับบริษัท W&K นั่นเอง

ในเอกสารยังมีการระบุด้วยว่า ในบางครั้ง ดร. Wright ก็เซ็นชื่อในนามของ “ตัวแทนผู้มีอำนาจ” ของบริษัท W&K และระบุตัวเองว่าเป็นหัวหน้านักวิจัยของบริษัทนั่นเอง

หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ชุมชนคริปโตก็ได้ออกมาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำหลักฐานมาโชว์ว่า ดร. Wright นั้นขัดแย้งในตัวเองหลายครั้งหลายคราวแล้ว ต้องติดตามต่อไปว่ามันจะจบลงเช่นไร