<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ก.ล.ต. ไทยประกาศกล่าวโทษบริษัทเอ็มอาร์ซี – บิซและกรรมการ กรณีขายโทเค็นโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้ออกมาประกาศกล่าวโทษบริษัท เอ็มอาร์ซี – บิซ จำกัด และกรรมการในบริษัท เนื่องจากว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายการเสนอขายและประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์หลักของทาง ก.ล.ต. นั้น พวกเขาเผยว่ามีการแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับบริษัทเอ็มอาร์ซี – บิซ จำกัดและกรรมการของบริษัทนายธนิท รัชชนนธนันกรที่มีการเสนอขายเหรียญโทเค็นดิจิทัล และรวมถึงให้บริการซื้อขายเหรียญดังกล่าวโดยไม่มีใบอนุญาต นอกจากนี้รายงานยังเผยว่าพวกเขามีการชักชวนให้ประชาชนลงทุนผ่านสื่ออนไลน์อย่าง Facebook และ YouTube และบนเว็บไซต์อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ทาง ก.ล.ต. ได้เคยแจ้งให้บริษัทดังกล่าวได้หยุดกิจกรรมที่เข้าข่ายดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังมีการชักชวนประชาชนให้ลงทุนในโทเคนดิจิทัลอยู่

ที่น่าสนใจคือทาง ก.ล.ต. เผยว่า

“การกระทำของบริษัท เอ็มอาร์ซี – บิซ จำกัด ข้างต้น เข้าข่ายการเสนอขายและการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามกฎหมายมาตรา 17 และมาตรา 26 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 57 และมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของราคาขายของโทเคนดิจิทัลทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบริษัท เอ็มอาร์ซี – บิซ จำกัด และนายธนิท รัชชนนธนันกร ต่อ ปอศ. ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในกรณีดังกล่าว โปรดแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมไปยัง ปอศ. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2237-1199 เพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีต่อไป”

แต่อย่างไรก็ตาม การกล่าวโทษนั้นยังถือเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น ซึ่งจะต้องรอดูการสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการและดุลพินิจของศาลยุติธรรมตามลำดับ

กรณีดังกล่าวนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นกรณีแรกในวงการคริปโต ที่ทางก.ล.ต. นั้นได้ออกมาลงดาบจัดการบริษัทในประเทศที่ไม่ปฏิบัติตาม พรก. สินทรัพย์ดิจิทัลที่เคยถูกคลอดไว้เมื่อปีที่แล้ว