สรุปข่าว
- โวลุม ETH ที่ถูกนำไป Stake พุ่งแตะ 40.2 ล้าน ETH หรือคิดเป็น 33% ของอุปทานทั้งหมด ทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 2 ของปี 2026
- Bitwise ระบุว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก นักลงทุนสถาบัน ทั้งกองทุน Staking ETF, บริษัทมหาชนที่ถือ ETH เป็นสินทรัพย์คลังและผู้ถือครองรายใหญ่ที่เพิ่มการ Stake อย่างต่อเนื่อง แม้ราคา ETH จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- แม้โวลุมการ Stake เพิ่มขึ้น แต่ ผลตอบแทนจากการ Stake กลับลดลงเหลือ 2.84% เนื่องจากจำนวนผู้ร่วม Stake เพิ่มขึ้นและเครือข่ายมีการแข่งขันสูงขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
แม้อัตราผลตอบแทนจากการ Stake จะลดลง แต่การที่ ETH จำนวนมากถูกล็อกออกจากตลาด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะสถาบัน ซึ่งช่วยลดแรงขายและอาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคา ETH ในระยะกลางถึงระยะยาว
Ethereum ทำสถิติใหม่ ยอด Stake สูงถึง 1 ใน 3 ของอุปทานทั้งหมด
Ethereum ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเครือข่าย แม้ราคาเหรียญจะเผชิญแรงกดดันตลอดปีที่ผ่านมา โดยรายงานของ Bitwise เกี่ยวกับยอด stake ในปี 2026 นั้นเปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 โวลุม ETH ที่ถูกนำไป Stake เพิ่มขึ้นแตะ 40.2 ล้าน ETH หรือประมาณ 33% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ Ethereum เปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Proof-of-Stake
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนจำนวนมากเลือก “ล็อก” ETH เก็บเอาไว้เพื่อรับผลตอบแทนและช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย มากกว่าการนำเหรียญออกมาซื้อขายในตลาด
สถาบันคือแรงผลักดันสำคัญของการเติบโต
Bitwise ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้การ Stake เติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ได้มาจากนักลงทุนรายย่อย แต่เป็น เม็ดเงินจากสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นกองทุน Ethereum Staking ETF, บริษัทมหาชนที่ถือ ETH เป็นสินทรัพย์คลัง, ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่และผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้ว่าราคา ETH จะยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีต แต่สถาบันกลับใช้จังหวะดังกล่าวเพิ่มการถือครองและนำเหรียญเข้าสู่ระบบ Stake มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อ Ethereum ในระยะยาว
ข้อมูลอีกด้านที่น่าสนใจคือผลตอบแทนจากการ stake ที่ลดลงเหลือเพียง 2.84% จากการที่มี ETH ถูกนำมา Stake เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบ Proof-of-Stake ของ Ethereum ยิ่งมีผู้เข้าร่วม Stake มาก อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยก็จะลดลงตามกลไกของเครือข่าย
แม้อัตราผลตอบแทนจะลดลง แต่ปริมาณ ETH ที่ถูกล็อก stake ไว้นั้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากไม่ได้มองเพียงผลตอบแทนระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการถือครอง ETH ในฐานะสินทรัพย์ระยะยาว และมองว่าการ Stake เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนมากกว่าการสร้างผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว
การที่ Ethereum มีปริมาณ ETH ถูก Stake สูงถึง 40.2 ล้าน ETH ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อพื้นฐานของเครือข่ายอย่างชัดเจน เพราะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะสถาบัน แม้ผลตอบแทนจากการ Stake จะลดลงก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขผลตอบแทนคือ “พฤติกรรมของเงินทุน” เพราะการที่สถาบันยังคงเพิ่มการ Stake ท่ามกลางภาวะที่ราคา ETH ยังไม่กลับสู่จุดสูงสุด บ่งชี้ว่าหลายฝ่ายกำลังสะสมสินทรัพย์เพื่อมองการเติบโตในระยะยาว หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป พร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกระแสเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล Ethereum อาจเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในรอบวัฏจักรถัดไป
ที่มา : Bitwise, BeInCrypto, Coinmarketcap/

