<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin จะล่มสลายเพราะควอนตัมคอมพิวเตอร์หรือไม่?

นักถอดรหัส (cryptographer) ได้รวมตัวกันในสัปดาห์นี้เพื่อรับคำท้าของสหรัฐอเมริกาในการสร้างมาตรฐานเพื่อป้องกันการถูกแฮ็กจากระบบคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า “Quantum Computing”

หากว่าคุณต้องการที่จะขโมย Bitcoin ในปัจจุบันนี้การใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบธรรมดาคงจะกินเวลาและช้าเกินไปเสียแล้ว และในตอนนี้ได้มีการคิดค้นระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเรียกว่าระบบ Quantum Computing หรือคอมพิวเตอร์ควอนตัมนั่นเอง 

ระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมถูกออกแบบขึ้นมาให้มีพลังการประมวลผลข้อมูลสูงมาก โดยใช้คุณสมบัติพิเศษของอะตอม ทำให้มันประมวลผลได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปถึง 100 เท่า อะไรที่คาดว่ามันน่าจะแฮ็กไม่ได้ ระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมนี้สามารถแฮ็กได้อย่างง่าย ๆ ภายใน 10 นาที

แต่สำหรับคริปโตแล้วเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมนั้นถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้าหรือมากกว่านั้นมันจะมีนักเขียนโค้ดที่สามารถสร้างการเข้ารหัสที่ต้านทานต่อระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้ เพราะเหตุนี้บางคนจึงเชื่อว่า Bitcoin อาจจะถูกแฮ็กได้ภายในปี 2027 อ้างอิงจากเอกสาร ledgerjournal.org

“ในสองปีที่ผ่านมานี้เราได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ไปไกลมากกว่าที่มันเคยเป็นมาตลอดระยะเวลา 15 หรือ 20 ปี” นาย Stewart Allen หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการแห่ง IonQ บริษัทที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก กล่าวในบทสัมภาษณ์

นาย Stewart Allen

ในวันพฤหัสบดีนักถอดรหัสจะรวมตัวกันที่ซานต้าบาร์บาร่ามหาวิทยาลัยแคลิฟอเนียร์ สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ University of California for the National Institute of Standards and Technology (NIST) การแข่งขันที่จะจัดขึ้นนั้นจะประกาศออกมาในภายหลังจากการประชุม และกว่าจะมีผู้ชนะอาจจะใช้เวลาหลายปี นักถอดรหัสทั้งหลายต่างก็มองว่าผลการแข่งขันนี้จะกลายมาเป็นมาตรฐานของ Blockchain ที่มีศักยภาพมากพอที่จะต้านทานระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ในที่สุด

“ถ้าใครก็ตามที่สามารถแฮ็กคีย์ของคุณได้แล้ว เขาก็จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” นาย Rob Campbell ประธานบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งบัลติมอร์กล่าว ข้อมูลส่วนตัวของทุกคน เงิน ประวัติทางการแพทย์ที่ถูกบันทึกไว้บน Blockchain จะตกอยู่ในความเสี่ยงทั้งหมด นักแฮ็กที่ใช้ระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์จะสามารถปลอมชื่อของคุณ เอาทรัพย์สินของคุณไป หรือถ้าหากพบว่าคุณมีประวัติทางการแพทย์เขาอาจจะแอบเพิ่มปริมาณยาที่แพทย์สั่งมากขึ้นไปอีกก็ได้ 

ลองกลับมาดู Blockchain ของ Bitcoin ที่ไม่ได้เข้ารหัส public key ถูกส่งไปยังทุก ๆ ธุรกรรม แล้วก็ไม่ถูกเข้ารหัสในระหว่างที่เครือข่ายกำลังทำการยืนยันบล็อก ซึ่งกินเวลาประมาณ 10 นาที และเวลาเท่านี้แหละมันก็เพียงพอสำหรับนักแฮ็กที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมแล้วที่จะคำนวณ private key จาก public key และแทนที่ address ของผู้รับเป็นของตัวเอง

การประมวลผลแบบ Qubit?

ทรานซิสเตอร์ในระบบคอมพิวเตอร์แบบปกติจะแทนค่าข้อมูลด้วย Bit ซึ่งจะประกอบไปด้วยตัวเลข 0 กับ 1 ทีละตัวแล้วนำไปประกอบกันขึ้นมาเป็นข้อมูล ถ้าหากคุณมีทรานซิสเตอร์มากพอคุณก็สามารถประมวลผลได้ทุกอย่าง

แต่สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมมันสามารถใส่ข้อมูลเข้าไปพร้อมกันได้ ซึ่งตรงนี้เรียกว่า Qubit กล่าวคือสามารถใส่ทั้ง 0 และ 1 ไปพร้อมกันได้ มันทำให้พลังการประมวลผลแบบ Qubit นี้มีมหาศาล เปรียบได้กับทรานซิสเตอร์ของคอมพิวเตอร์ธรรมดาแบบขนาด full size 2 อันรวมกัน

ความแตกต่างระหว่างการประมวลผลแบบ BIT (คอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน) กับ QUBIT (ควอนตัมคอมพิวเตอร์)

หากมองกลับกันถ้าใช้อัลกอริทึม Shor (Shor’s algorithm) มาประยุกต์กลายเป็น quantum algorithm มันสามารถแปลงข้อมูลจำนวนมาก ๆ ให้เหลือเพียงแต่ปัจจัยที่สำคัญ ๆ แฮ็กเกอร์สามารถเปลี่ยนกระบวนการให้ private key ถูกเจาะยากขึ้นไปอีกได้

ในตอนนี้คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ดีที่สุดก็คงจะเป็น Google’s Bristlecone ที่มีพลังประมวลผล 72 Qubit อย่างไรก็ตามนักศึกษาปริญญาเอกที่ศึกษาเกี่ยวกับการเข้ารหัสควอนตัมได้กล่าวว่าคุณจำเป็นที่จะต้องมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีพลังประมวลผลกว่า 4000 qubits เพื่อที่จะถอดรหัสอัลกอริทึมที่มีอยู่ตอนนี้ได้

เรายังมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่?

ผู้สร้างระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมแห่ง IonQ กล่าวว่าอีกประมาณ 10 ปีผลของการเข้ารหัสควอนตัมถึงจะกลายมาเป็นประเด็นปัญหา ซึ่งพอถึงตอนนั้นเขาคาดว่าคงมีใครสักคนที่คิดค้น Blockchain ที่ต้านทานต่อระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

นักวิจัยหลักของ Ethereum นาย Danny Ryan ก็เห็นพ้อง เขากล่าวว่า “เรื่องนี้ก็คงจะไม่ได้เป็นปัญหาในอีก 10 หรือ 20 หรือแม้กระทั่ง 30 ปีข้างหน้า เราคาดเดาไม่ได้ แต่เราก็ควรที่จะเตรียมพร้อมไว้ดีกว่า”

แต่หลาย ๆ คนก็มองว่าปัญหานี้ก็ควรที่จะให้ความสนใจในทันที เพราะมันจะไม่ได้แค่เป็นอันตรายต่อ Bitcoin เท่านั้น มันสามารถส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เลย นาย Rob Campbell จากบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์กล่าวว่ารัฐบาลที่มีการถอดรหัสที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถล้วงรู้ความลับทุกอย่างที่มีอยู่บนโลกได้เลย 

ที่มา decrypt.co