<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

อัตราแรงขุด Bitcoin พุ่งทะลุอย่างรุนแรง คาดมาจากการเปิดตัวเครื่องขุดรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมาแรงขุด SHA-256 ของ Bitcoin และ Bitcoin Cash รวมกันมากสุดถึง 91 EH/s สาเหตุน่าจะมาจากการผลิตเครื่องขุดที่มีแรงขุดมหาศาล ตอนนี้เครื่องขุดตัวท็อปที่กำลังเปิดตัวออกมาใหม่ก็คือของบริษัท Pangolin เครื่อง Microbt Whatsminer M20S ซึ่งมีแรงขุดถึง 68-70 TH/s

อัตราแรงขุดของ Bitcoin เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากที่มีการผลิตเครื่องขุด ASICs สำหรับเอาไว้ขุดเหรียญที่ใช้อัลกอริทึม SHA-256 (BTC, BTH) มุมมองของผู้ผลิตก็เปลี่ยนไป ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้ผู้ผลิตก็เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะ Bitmain ก็พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความอยู่รอดของตลาด ในปี 2019 นี้ก็มีผู้ผลิตใหญ่ ๆ หลายราย เช่น Bitmain, Pangolin, Innosilicon, Ebang, Asicminer และ Canaan

ทั้ง Pangolin, Innosilicon, Bitmain และ Strongu ต่างออกผลิตภัณฑ์มาใหม่ในปี 2019 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Pangolin ก็คือ Microbt Whatsminer M20S ที่มีอัตราแรงขุดอยู่ที่ 68-70TH/s อย่างไรก็ตาม Whatsminer M20S นี้ก็ยังขายไม่หมด อัตรากินไฟฟ้าของมันคือ 3360W โดยเครื่อง M20S นี้มี TSMC ที่มีขนาดชิป 12nm เป็นแหล่งพลังงานของเครื่อง ผลิตภัณฑ์ของ Pangolin นี้ขึ้นชื่อว่ามีพลังขุดสูงด้วยขนาดชิปที่แตกต่าง 

ประมาณ 1 ปีที่แล้วในขณะที่บริษัทคู่แข่ง GMO และผู้ผลิตรายอื่นกำลังสร้างขนาดชิป 7nm ทาง Pangolin ยังคงใช้ชิปขนาด 28nm และ 16nm อย่างไรก็ตาม Whatsminer M3 และ M10 ก็มีอัตราแรงขุดระหว่าง 12TH / s ถึง 33TH / s โดยใช้ชิปเหล่านั้น ส่วนเครื่อง Whatsminer M20S นี้ถูกขายไปแล้ว 6 เครื่อง โดยอุปกรณ์แต่ละชิ้นราคา 2,629 ดอลลาร์และการกินไฟฟ้าอยู่ที่ 0.13 ต่อกิโลวัตต์ เครื่อง M20S ทำรายได้ระหว่าง 9 – 11.50 ดอลลาร์ต่อวัน (ตามราคา BTC ปัจจุบันและค่า difficulty ของเครือข่าย)

ส่วนการขุด BCH ที่ราคาตอนนี้มันอยู่ที่ 318 – 325 ดอลลาร์ บวกค่า difficulty (287,507,454.73) ทำให้เครื่องทำกำไรอยู่ที่ระหว่าง -2% ถึง + 2% ทั้งเชนของ BTC และ BCH 

Whatsminer M20S ใหม่มีการรีวิวดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ Asicminer 8 Nano Pro ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา

โมเดล Antminer 3 รุ่นที่มีอัตราแรงขุดมากกว่า 50 Terahash

จากสถิติแสดงให้เห็นว่า Asicminer 8 Nano Pro น่าจะเป็นเครื่องขุด SHA-256 miner ที่ทรงพลังที่สุดเป็นอันดับสองด้วยอัตราแรงขุด 76TH / s ต่อหน่วย อย่างไรก็ตามบริษัทก็ได้ขายเครื่องไปหมดแล้วและเสียงรีวิวของเครื่องขุดนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก มีวิดีโอรีวิวออนไลน์เตือนไม่ให้คนลงทุนซื้อ Asicminer 8 และ 8 Nano Pro รีวิวเกือบทั้งหมดนั้นเป็นกระแสแง่ลบหมด เมื่อเปิดตัวเครื่องเมื่อปีที่แล้วที่ราคา 11,600 ดอลลาร์และจะต้องให้คนสั่งซื้อขั้นต่ำ 5 เครื่อง ทำให้ผู้คนไม่ได้อยากจะลงทุนกับมัน

ส่วนเครื่องขุดอันดับท็อปต่อมาผลิตโดย Bitmain Antminer S17 Pro series (53TH/s), S17 (56TH/s) และ 50TH/s S17 Pro version ซึ่งทั้งสามรุ่นนี้ทำกำไรได้ 7-10 ดอลลาร์ต่อวัน กินพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 0.13 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์

เครื่องขุดเก่ายังทำกำไรได้

เครื่องขุด S17 Series ใหม่ทั้งหมดของ Bitmain ยังคงมีขายและเครื่องรุ่นใหม่จะเริ่มจัดส่งในเดือนธันวาคม ราคาสำหรับรุ่น Antminer ใหม่อยู่ระหว่าง 2,727 ดอลลาร์ถึง 2,969 ดอลลาร์ เครื่องขุด Bitmain มีการติดตั้งชิป TSMC ขนาด 7nm แต่ละเครื่องใช้พลังงาน 1975W ถึง 2520W ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น Bitmain เป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ผลิตเครื่องที่มีอัตราแรงขุดมากกว่า 50TH / s ทุกอัน 

ส่วนเครื่องที่ทำกำไรได้มากที่สุดก็คือ Innosilicon Terminator 3 (T3) T3 ซึ่งเอาไว้ขุดเหรียญที่ใช้อัลกอริทึม SHA-256 อัตราแรงขุดอยู่ที่ประมาณ 53 TH / s และสร้างรายได้ระหว่าง 5-9 ดอลลาร์ต่อวัน ใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 0.13 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง 

ส่วนผู้ผลิตเครื่องขุดที่มีอัตราแรงขุดต่ำกว่า 50TH / s ได้แก่ Strongu STU-U8 (46TH / s) เปิดตัวในเดือนมกราคมและ Ebang Ebit E11 ++ (44TH / s) เปิดตัวในปี 2018

เครื่องขุดรุ่นใหม่ที่มีอัตราแรงขุดระหว่าง 40-70 + TH / s นั้นเป็นที่นิยมมากที่สุดแม้ว่ามันจะใช้พลังงานไฟฟ้ามากก็ตาม ราคาเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีในตอนนี้ยังคงทำกำไรได้ เครื่องขุดซึ่งรวมถึง Antminer T15, Bitfury Tardis และ Ebang Ebit E11 + ทำรายได้ระหว่าง 2 – 4 ดอลลาร์ต่อวัน ตามราคาของเหรียญ ณ ปัจจุบัน 

ราคาเหรียญคริปโตในวันนี้ทั้ง Bitcoin และ Bitcioin Cash ยังคงทำกำไรได้มากที่สุดจึงทำให้อัตราแรงขุดเพิ่มขึ้นต่อไป และเครื่องขุดรุ่นใหม่ ๆ ออกมาก็ยิ่งทำให้อัตราแรงขุดนี้มากขึ้นกว่าเดิม

ที่มา : news.bitcoin.com