<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin เอาชนะทองคำในแง่ของการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย และมักจะถูกนำไปใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทว่าไม่นานมานี้ Bitcoin ก็ถูกนำมาทำแบบเดียวกันกับทองคำ อีกทั้งยังสามารถเป็นตัวบ่งชี้ทางตลาดที่มีความละเอียดกว่า คำถามที่ตามมาก็คือ หรือว่า Bitcoin นั้นจะเป็นแหล่งทองคำแห่งใหม่?

แม้ Bitcoin มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับทองคำ แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีหัวคิดสมัยเก่าเหมือนกับนาย Peter Schiff คุณก็อาจไม่อยากจะได้ยินการเปรียบเทียบแบบนั้น แต่ทว่าดูเหมือน Bitcoin นั้นจะสามารถที่จะพิสูจน์ตัวมันเองได้แล้วว่าประโยชน์ใช้สอยของมันนั้นมีมากกว่าทองคำ และมันก็ดูเหมือนจะชัดเจนมากขึ้นทุกที

ทองคำนั้นถือเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีค่า อีกทั้งยังถูกกำหนดให้เป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของตัวเก็บมูลค่าแห่งยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้ ทว่า 99.99% ของประวัติศาสตร์มนุษย์ที่ผ่านมานั้นไม่ได้อยู่ในยุคสมัยดิจิทัลจนมาถึงปัจจุบัน ดังนั้นรัศมีอันเจิดจรัสของทองคำนั้นจึงอาจจะถูกกลบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีในยุคสมัยใหม่นี้อย่าง Bitcoin

Bitcoin นั้นมีข้อดีเกือบทุกข้อที่ทองคำมี แต่ทว่ามันยังขาดซึ่งสภาพคล่องของตลาด แต่กระนั้น หลาย ๆ สิ่งก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไปแล้ว โดยรายงานล่าสุดจากนิตยสาร Forbes ชี้ว่า Bitcoin นั้นเริ่มที่จะมีสภาพเป็นเหมือนทองคำในตลาดหลายแห่งบนโลกแล้ว แต่สิ่งที่มันมีมากกว่าทองคำก็คือกระแสการตอบสนองในตลาดที่มีมากกว่า เนื่องจากว่ามันเป็นสินทรัพย์ที่อยู่บนโลกออนไลน์ และการเทรดบนโลกออนไลน์ก็มักจะเกิดขึ้นในรูปแบบดิจิทัล ที่จับต้องสินทรัพย์ต่าง ๆ ไม่ได้อยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกระดับสงครามการค้ากับจีน, Bitcoin ได้เอาชนะทองคำและถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัว indicator ที่ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ราคาทองคำยังมีการสะท้อนถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกได้ช้ากว่าและน้อยกว่าที่ Bitcoin ทำได้ ดังนั้นหากให้สรุปแบบง่าย ๆ ก็คือ Bitcoin นั้นกำลังเข้าใกล้ในการเป็นเส้นชีพจรของเหตุการณ์เศรษฐกิจโลกไปแล้ว

แม้ทองคำจะได้เปรียบ Bitcoin ในด้านของอายุ และมูลค่าตลาดรวม แต่อนาคตตลาด BTC นั้นก็มีศักยภาพที่จะมีมูลค่าพุ่งถึงระดับล้านล้านดอลลาร์ได้ และอาจจะสามารถต่อกรกับทองคำได้ในท้ายสุด นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีตัวแปรขั้นพื้นฐานที่สามารถเอาชนะทองคำได้ ซึ่งก็คือการที่มันมีจำนวนจำกัด อีกทั้งยังเป็นสินทรัพย์มีความคล่องตัวมากกว่า สามารถถูกซื้อขายได้ 24/7 บนเว็บกระดานซื้อขายนับพันแห่งทั่วโลก และเป็นการซื้อขายเหรียญกันจริง ๆ สามารถส่งมอบให้กันได้ในระดับนาที ไม่ใช่แค่การซื้อขายสัญญา และไม่สามารถส่งมอบสินทรัพย์กันได้ตอน settle สัญญาแล้ว

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เราอาจคาดหวังให้ Bitcoin นั้นเป็นตัว indicator ที่สำคัญต่อตลาดโลกได้ และท้ายสุดนั้นเราอาจจะสามารถกล่าวได้ว่ามันจะมาเป็นทองคำใหม่ของโลกใบนี้

แล้วคุณล่ะ เห็นด้วยหรือไม่?

ที่มา: beincrypto