<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

CEO ของ Blockstream ยืนยัน สามารถกู้คืน Bitcoin ที่หายสาบสูญไปแล้วกลับมาได้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในตอนนี้คุณอาจสามารถนำ Bitcoin ที่สูญหายกลับมาได้แล้ว ด้านซีอีดอของ Blockstream นาย Adam Back ได้ออกมาเปิดเผยว่ากำลังหาวิธีการที่สามารถนำ Bitcoin ที่หายไปกลับคืนมาอยู่

ทำแบ็คอัพคีย์ของ Bitcoin

ระหว่างการสัมภาษณ์ในที่ประชุม Lighting Conference ในเมืองเบอร์ลิน คุณ Back ได้เผยถึงแผนการณ์ที่จะสร้าง Green Wallet ของ Blockstream โดยมันถูกเปิดตัวออกมาเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งมีฟีเจอร์ 2-of-2 multi-sig security มันคือการที่วอลเล็ทมีสองคีย์ประกอบไปด้วยคีย์หนึ่งจะถูกเก็บไว้บนเครื่องของคุณ ส่วนอีกคีย์จะเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเพื่อป้องกันเวลาที่คุณทำวอลเล็ทหายหรือถูกขโมย

แต่ในกรณีนี้มันจะไม่รวมถึงการที่คุณทำคีย์ของคุณหายไปเอง ซึ่งนาย Back ได้เปรียบเทียบสถานการณ์กับกรณีที่เราฝาก Bitcoin ไว้บนเว็บเทรด ถ้าเกิดว่าเราทำรหัสล็อกอินหายมันสามารถนำกลับคืนมาได้ผ่านทางบริการลูกค้าโดยเราต้องยืนยันด้วยพาสปอร์ตหรือการยืนยันตัวตนอื่น ๆ

มันเป็นไปได้เพราะ Green Wallet ได้ออกแบบมาเพื่อเอื้ออำนวยต่อการแบ็คอัพข้อมูลนี้ซึ่งในอนาคตทาง Blockstream อาจเพิ่มการวิธีการยืนยันตัวตนขึ้นมาอีกด้วย โดยทางซีอีโอของ Blockstream กล่าวว่า:

“เราควรที่จะควบคุมผู้ใช้งานได้…เหมือนกับธนาคาร การยืนยันตัวสองขั้นตอน…และควรที่จะสามารถกู้คืนข้อมูลกรณีที่มีการทำคีย์สูญหาย”

ส่วนการที่ผู้ใช้งานจะอยากที่จะให้บริษัทมีแบ็คอัพคีย์บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทหรือไม่ก็ไม่ได้มีความสำคัญใด ๆ

ฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ของ Lightning Network

นอกจากนี้ซีอีโอของ Blockstream คุณ Back ยังได้พูดถึงเทคโนโลยี Lightning Network ด้วย รวมถึงฟีเจอร์ที่เรียกว่า Splice-In และ Splice-Out ซึ่งมันจะช่วยอำพรางความแตกต่างระหว่างเหรียญบนเลเยอร์แรกและเลเยอร์สองทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานบน Lightning Network ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

กรณีเช่นเมื่อใช้ Splice-Out ผู้ใช้งานเครือข่าย LN จะสามารถส่งการชำระเงินไปยังผู้ใช้งานที่ไม่ได้ใช้เครือข่าย LN ได้ง่ายมาก ๆ เหมือนการส่งธุรกรรม off-chain เงินจะถูกโอนระหว่างเลเยอร์อย่างอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องทำอะไรกับมันเลย ส่วน Splice-In ก็จะทำให้สามารถโอน Bitcoin จากผู้ที่ไม่ได้ใช้เครือข่าย LN ไปยังผู้ใช้เครือข่าย LN ได้

“อย่างไรก็ตามฟังก์ชั่นการทำงานข้างต้นไม่ได้เปิดให้ใช้งานในเวอร์ชั่นแรกของ Lightning Network มันเพิ่งทำได้ในเวอร์ชั่นที่สองนี้” กล่าวโดยคุณ Back

ที่มา : bitcoinist

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น