<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

CEO ของ Ripple ประกาศความสำเร็จ ลูกค้า RippleNet แตะ 300 รายแล้ว

หลังจากที่ทางบริษัทด้านเทคโนโลยีทางการเงินอย่าง Ripple ได้เคยรายงานความคืบหน้าครั้งก่อนไปในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดว่าทางบริษัทได้มีการเพิ่มฐานลูกค้าบนเครือข่าย RippleNet ของตนอีกกว่า 12 ราย โดยรวมแล้วมีปริมาณถึง 200 รายในขณะนั้น

แต่ในวันนี้เองซึ่งทางบริษัท Ripple ได้มีการประกาศผ่านทางบล๊อกของพวกเขาในช่วงคืนก่อนการจัดงานประชุม Swell ณ ประเทศสิงคโปร์ในช่วงวันที่ 7 ถึง 8 พฤศจิกายนซึ่งทาง Siam Blockchain ได้เข้าร่วมงานด้วยนั้น ได้รายงานความคืบหน้าถึงจำนวนผู้ใช้เครือข่ายดังกล่าวในปัจจุบันว่ามียอดถึง 300 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยมีปริมาณธุรกรรมในระบบคิดเป็นกว่าสิบเท่าของการเติบโตในแต่ละปีเลยทีเดียว

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทอย่าง xRapid ซึ่งเป็นระบบการจัดการของ Ripple ในการสร้างสภาพคล่องให้แก่สถาบันการเงินและบริษัทต่างๆ โดยการใช้เหรียญคริปโตอย่าง XRP ในการเป็นสกุลเงินซึ่งเชื่อมต่อการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศและระหว่างสกุลเงินต่างๆ (on-demand liquidity (ODL) solution) ในขณะนี้ได้มีลูกค้าใช้บริการแล้วกว่า 24 ราย โดยปริมาณธุรกรรมผ่าน xRapid ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้ก้าวกระโดดจากช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 นี้กว่า 7 เท่าเลยทีเดียว 

ตัวอย่างลูกค้าของ xRapid เช่น MoneyGram, goLance, Viamericas, FlashFX และ Interbank Peru เป็นต้น ซึ่งมีการให้การตอบรับจากลูกค้าบางรายที่สามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้

นาย Michael Brooks ผู้บริหารของบริษัท goLance ได้กล่าวว่า

“ที่บริษัท goLance นั้น พวกเราต้องการที่จะมั่นใจว่าพนักงานฟรีแลนส์ของบริษัทเราได้รับเงินตรงเวลาโดยมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำที่สุด นี่จึงเป็นเหตุให้เราเข้าร่วมกับทางบริษัท Ripple ซึ่งด้วยความร่วมมือนี้ บริษัทของเราจะนำเทคโนโลยี Blockchain และเหรียญ XRP ไปใช้ในการจัดการกับปัญหาการชำระเงินข้ามประเทศเพื่อให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น ถูกลง และมีความน่าเชื่อถิือที่สูง”

นาย Paul Dwyer ผู้บริหารของบริษัท Viamericas ได้กล่าวว่า

“ระบบ on-demand liquidity (ODL) solution ของทาง Ripple นั้นช่วยให้พวกเราสามารถดำเนินการชำระเงินได้ในทันที โดยมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ นอกจากนี้พวกเรายังสามารถที่จะบริหารจัดการสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย”

นอกจากนี้นาย Nicolas Steiger ผู้บริหารของบริษัท FlashFX ได้กล่าวว่า

“ในฐานะหนึ่งในผู้ซึ่งเข้าใช้งานระบบ on-demand liquidity (ODL) solution ของ Ripple โดยพวกเรานั้นได้เล็กเห็นมาก่อนแล้วถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้สินค้านี้รวมถึงศักยภาพของมันในการพัฒนาการดำเนินการชำระเงินข้ามประเทศแก่เหล่าลูกค้าอีกทั้งยังส่งผลดีต่อการดำเนินการโดยรวมของบริษัทอีกด้วย ซึ่งพวกเรานั้นตื่นเต้นเป็นอย่างมากในการเป็นผู้นำสำหรับการใช้เทคโนโลยีนี้ รวมทั้งยังเป็นการช่วยให้ประเทศออสเตรเลีย ประหยัดเวลาและเงินในการโอนเงินข้ามประเทศได้อีกด้วย”

ในช่วงแรกของการดำเนินการของ xRapid นั้นได้วางเส้นทางการดำเนินการไว้เพียงระหว่างประเทศสหรัฐฯและประเทศเม็กซิโก และประเทศสหรัฐฯและประเทศฟิลิปินส์ แต่ในปัจจุบันนี้ได้ขยายการดำเนินการไปสู่ประเทศออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในอีกไม่นานจะดำเนินการขยายไปถึงประเทศบราซิลอีก โดยอ้างอิงจากแผนการของ Ripple นั้น ทางบริษัทตั้งเป้าว่าจะดำเนินการขยายเส้นทางดังกล่าวระหว่างภูมิภาคอย่างเอเชียแปซิฟิค, ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟฟริกา รวมไปถึงภูมิภาคละตินอเมริกาอีกด้วย

ทั้งนี้ทางนาย Brad Garlinghouse ผู้บริหารของทางบริษัท Ripple ยังได้มีคำกล่าวสำคัญดังนี้

“ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งปีตั้งแต่ที่พวกเราได้เริ่มให้บริการระบบ ODL นั้น พวกเราได้สร้างผลลัพธ์ใหม่ๆแก่ภาพรวมของการดำเนินการของเหล่าลูกค้าของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกเรานั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากในการผลักดันรูปแบบการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ไปข้างหน้าสำหรับในปีที่จะถึงนี้ด้วยความตั้งใจที่จะนำระบบ ODL ไปสู่ตลาดใหม่ๆ”