<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเผยถึงวิธีที่จะสามารถฆ่า Bitcoin ได้

นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนชื่อดังอย่างนาย Alex Kruger ได้ออกมากล่าวผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ของเค้าถึงแนวคิดต่อวิธีการที่จะทำให้ Bitcoin นั้นถูกกำจัดไปได้ ซึ่งในด้านหนึ่งนั้นอาจกล่าวได้ว่าเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอาจร่วมลงทุนในปริมาณมหาศาลเพื่อที่จะควบคุมเครือข่ายที่ระดับ 51% ของทั้งหมด แต่นาย Kruger ก็ได้กล่าวสวนทางกับแนวคิดดังกล่าวว่าไม่มีใครจำเป็นที่จะต้องลงทุนขนาดนั้น แต่การกำจัดเหรียญดังกล่าวสามารถทำได้ง่ายแค่เพียงองค์กรขนาดใหญ่เช่นรัฐบาลดำเนินการกดให้ราคา Bitcoin นั้นอยู่ที่ระดับซึ่งต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ได้ก็เพียงพอแล้ว 

ทั้งนี้ราอาจพิจารณาได้ว่าสิ่งที่เค้าหล่าวนั้นก็มีส่วนถูก ซึ่งหากรัฐบาลสามารถดำเนินการกดราคาเหรียญซึ่งเป็นเหรียญที่มีความสำคัญมากที่สุดในตลาดแล้วนั้น ผู้คนก็น่าจะเริ่มที่จะหมดความสนใจไปได้ในที่สุดซึ่งจะตามมาด้วยการล่มสลายของตลาดดังกล่าวซึ่งอยู่ได้ด้วยความนใจของเหล่านักลงทุุน ซึ่งการกดราคานั้นจะค่อยๆบั่นทอนความสนใจลงเรื่อยๆ แม้กระทั่งในกลุ่มนักลงทุนซึ่งมีความเหนียวแน่นมากก็ตาม

Bitcoin นั้นยังคงอยู่ได้ด้วยความสนใจจากนักลงทุนรายย่อย

ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ทาง CoinShares ได้เปิดเผยรายงานการวิจัยซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาเหรียญดังกล่าวในช่วงปีนี้จากแรกเริ่มที่ระดับ 3,000 ดอลลาร์ ไปสู่ระดับที่ 13,880 ดอลลาร์ได้นั้นแตกต่างจากช่วงตลาดขาขึ้นในช่วงปี 2017  โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการลงทุนของเหล่าสถาบันทั้งหลายได้เป็นแรงขับชั้นดีให้แก่ราคา Bitcoin 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเข้าสู่ตลาดของนักลงทุนขนาดใหญ่นั้นเป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางด้านราคา แต่เหล่านักลงทุนรายย่อยทั้งหลายก็ยังคงเป็นส่วนใหญ่ในตลาดอยู่ดี ซึ่งเมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก CryptoFundResearch ได้เปิดเผยว่ามีกองทุนของสกุลเงินคริปโตทั้งสิ้น 804 กองทุน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 1.816 หมื่นล้านดอลลาร์ของมูลค่ารวมทั้งตลาดของสกุลเงินคริปโต

โดยในขณะนี้ มูลค่ารวมทั้งหมดของตลาดคริปโตนั้นอยู่ที่ประมาณ 2.22 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่ง Bitcoin นั้นครองตลาดโดยมีปริมาณส่วนแบ่งมูลค่ากว่า 1.469 แสนล้านดอลลาร์ ดังนั้นแล้วปริมาณกองทุนทั้งหมดของเหล่าสถาบันต่างๆนั้นรวมกันคิดเป็นอัตราส่วน 12.4% ของมูลค่าตลาดของเหรียญดังกล่าวเท่านั้น อีกทั้งหากเราพิจารณาถึงเหล่าสถาบันซึ่งได้ลงทุนในสกุลเงินคริปโตอื่นๆอย่าง Ethereum นั้น อัตราส่วนแบ่งของนักลงทุนสถาบันในตลาดดังกล่าวยังคิดเป็นเพียง 6% เท่านั้นอีกด้วย 

ดังนั้นแล้ว นักลงทุนรายย่อยนั้นยังคงเป็นส่วนหลักในการผลักดันเหรียญดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนรายย่อยซึ่งถือเหรียญในระยะยาวนั้นมักจะตกเป็นเหยื่อของการปั่นราคา อีกทั้งหากรัฐบาลสามารถกำจัดความหวังตรงนี้ออกไปจากตลาดได้สำเร็จ เหล่านักลงทุนรายย่อยทั้งหลายก็น่าที่จะยอมแพ้ไปตามๆกันนั่นเอง

ราคา Bitcoin นั้นแปรผันในทิศทางเดียวกันกับอัตราการค้นหาบน Google

ผู้ติดตาม Bitcoin หลายคนนั้นรู้ว่าราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นมักมีการแปรผันไปในทิศทางเดียวกันกับปริมาณการสืบค้นบน google สำหรับคำ หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับตัวเหรียญดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจโดยเฉพาะเมื่อพิจารณากรณีศึกษาหนึ่งซึ่งได้เปิดเผยว่าราคา Bitcoin นั้นแปรผันตรงตามอัตราการค้นหาดังกล่าวมากถึง 80.8% เลยทีเดียว

อัตราการแปรผันที่เกี่ยวข้องกันนี้เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่าเหล่านักลงทุนรายย่อยทั้งหลายอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา โดยหากรัฐบาลนั้นดำเนินการกดราคาเหรียญดังกล่าวแล้วละก็ ความสนใจในตัวเหรียญดังกล่าวก็น่าจะลดลงตามไม่น้อย ซึ่งความสนใจในตลาดที่ลดลงนั้นจะส่งผลให้ราคาของเหรียญนั้นลดลงมากขึ้นไปอีก ทำให้เป็นการง่ายต่อฝ่ายรัฐบาบที่จะบีบทิศทางราคาของเหรียญให้ต่ำลงเรื่อยๆได้นั้นเอง

นอกจากนี้แล้วปัจจัยสำคัญในการดำเนินการดังกล่าวคือเวลา ซึ่งนาย Kruger ได้กล่าวกับสื่อว่า

“ราคาของเหรียญนั้นจะต้องถูกกดไว้ในระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งระยะเวลาที่ราคานั้นถูกกดไว้นั้นสำคัญมากกว่าช่วงราคาที่ถูกกด”

คำกล่าวนั้นมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากแม้ว่านักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่นั้นจะหมดความสนใจและออกจากวงการดังกล่าว เหล่านักลงทุนที่มีความเหนียวแน่นและผู้ลงทุนในระยะยาวนั้นต่างก็น่าจะเข้าลงทุนเพิ่มแทนที่ส่วนที่หายไปซึ่งพวกเขาน่าจะสู้จนถึงที่สุด ทั้งนี้ปริมาณของบุคคลเหล่านี้ก็น่าจะลดลงตามระยะเวลาจนในที่สุดแล้วปริมาณนักลงทุนในระยะยาวนั้นจะลดลงจนถึงจุดที่ปริมาณดังกล่าวนั้นไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ารัฐบาลจะให้ความสนใจไปกับการกำกับดูแลเหรียญดังกล่าวมากกว่าการที่จะทำลายมันลงให้สิ้นซากนั่นเอง

ที่มา : CCN