<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

จีนเตรียมพร้อมเปิดตัว Cryptocurrency ด้วยการร่างกฎหมายการเข้ารหัส

ในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา จีนได้พิจารณาการออกกฎหมายการจัดการเข้ารหัสแบบคริปโตกราฟฟิค ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรฐานการจัดการกับรหัสผ่านที่ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัส (Cryptography)เพื่อลดช่องโหว่ทางไซเบอร์ของจีนในระดับประเทศ

การร่างกฎหมายการเข้ารหัสทั้ง 3 ประเภท

การร่างกฎหมายการเข้ารหัสของจีนได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายน 2017 หลายเดือนก่อนที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นจะประกาศแบน คริปโตเคอเรนซี่ อย่างไรก็ตามข้อกฎหมายนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงและไม่ได้พูดถึง Bitcoin ( BTC ) หรือคริปโตเคอเรนซี่สกุลอื่น ๆ แต่จะมุ่งเน้นที่การเข้ารหัสและเทคโนโลยีที่ใช้ในการเข้ารหัสหรือการตรวจสอบข้อมูล 

การร่างกฎหมายการเข้ารหัสของจีนนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งก็คือ รหัสผ่านหลัก , รหัสผ่านทั่วไปและรหัสผ่านเชิงพาณิชย์ ภายใต้กฎหมายใหม่นี้การเข้ารหัสหลักและทั่วไปจำเป็นต้องส่งผ่านระบบของรัฐบาลและจัดเก็บไว้เป็นความลับ ในขณะที่การเข้ารหัสเชิงพาณิชย์ที่มีไว้สำหรับธุรกิจจะยังคงถูกเก็บไว้เป็นส่วนตัว 

นอกจากนี้ยังมีกำหนดด้วยว่าการพัฒนาและการขายที่ใช้ระบบการเข้ารหัส “จะต้องไม่เป็นภยันตรายต่อความมั่นคงของรัฐบาลและส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสาธารณะ” นอกจากนี้ระบบดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบและถูกรับรองจากรัฐบาลก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง การร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านการอนุมัติโดยคณะกรรมาธิการประจำสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 13 ที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา

นาย Sale Lilly นักวิเคราะห์นโยบายจีนและศาสตราจารย์ด้าน Blockchain Technologies ของ Rand Corporation ซึ่งเป็นนโยบายระดับโลกที่ไม่หวังผลกำไร เขาได้กล่าวว่า :

“รหัสผ่านจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการเข้ารหัสเฉพาะตัวอย่างเช่นหน่วยข่าวกรอง NSA ของสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปแล้วได้อ้างอิงถึงการเข้ารหัสแบบ SHA 256 ซึ่งเป็นฟังก์ชันการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง ดังนั้นสาธารณรัฐประชาชนจีนอาจนำสิ่งที่คล้ายกันนี้มาภายใต้คำแนะนำของรัฐบาล เนื่องจากกฎหมายการเข้ารหัสดังกล่าวนั้นไม่ชัดเจนตามมาตรฐานของการเข้ารหัสลับ (เราไม่รู้ว่ามันเป็นเพียงแค่มาตรฐานการเข้ารหัสทั่วไปหรือเป็นอะไรที่ครอบคลุมมากกว่านั้น)”

อย่างไรก็ตามนักกฎหมายบางคนกังวลว่ามันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น ตัวอย่างเช่นนาย Steve Dickinson ผู้เขียนบล็อกกฎหมายของจีน ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาระดับภูมิภาคของบริษัทกฎหมายระหว่างประเทศ Harris Bricken ระบุว่า “การเชิญชวนผู้ให้บริการจากต่างประเทศและผู้ใช้วิทยาการเข้ารหัสลับเข้ามานั้นเป็นเพียงกับดักสำหรับคนที่ไม่ระมัดระวัง” เนื่องจากกฎหมายใหม่นี้เป็นระบบที่ช่วยให้ระบบการเข้ารหัสของต่างประเทศสามารถทำการขายได้ในประเทศจีน “โดยมีเงื่อนไขว่าระบบจะต้องได้รับการอนุมัติและได้รับการรับรองผ่านระบบการรับรองที่ยังไม่มีการอธิบาย” :

“เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนอยู่บนเครือข่ายข้อมูลของจีน แน่นอนว่า 100% ของข้อมูลนั้นจะถูกนำไปใช้กับรัฐบาลจีน วิทยาการเข้ารหัสลับอาจป้องกันการเข้าถึงจากสาธารณชนได้ แต่ข้อมูลทั้งหมดนี้จะตกเป็นของรัฐบาล”

ยิ่งไปกว่านั้นนาย Dickinson ยังให้เหตุผลด้วยว่าบริษัทส่วนใหญ่เข้ารหัสข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเช่น GNU Privacy Guard (GPG) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่ออนุญาตให้บริษัทและนิติบุคคลต่าง ๆ เก็บข้อมูลของพวกเขาไว้ไม่ให้อยู่ภายใต้การควบคุมจากหน่วยงานของรัฐ ดังนั้นประเด็นคือว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้ใช้พวกเขาใช้ GPG หรือไม่ 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าจีนนั้นเป็นประเทศแรกที่เปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองที่เรียกว่า CBDC ซึ่งโปรเจคนี้ได้รับการพัฒนามานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาเร่งดำเนินการเมื่อช่วงปีที่แล้ว หลังจากที่โปรเจค Libra  ของ Facebook เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

โดยในเดือนธันวาคม 2019 สื่อจีนได้รายงานว่าธนาคารกลางของจีนกำลังวางแผนที่จะทำการทดสอบโปรเจคเหรียดิจิทัล CBDC เป็นครั้งแรก และเมื่อเร็ว ๆ นี้ศูนย์ข้อมูลแห่งรัฐบาลจีน (SIC) ก็เพิ่งได้ประกาศว่าจะเปิดตัวเครือข่ายบริการบล็อกเชน (BSN) อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2020 นี้อีกด้วย

นอกจากนี้นาย Lilly ยังได้ให้กล่าวอีกด้วยว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้ “จะเป็นแรงผลักที่สำคัญในการเปิดตัวของ CBDC” และครอบคลุมถึงผู้เล่นคนสำคัญของจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการนำหยวนดิจิทัลมาใช้เช่น PBoC หน่วยงานของรัฐบาลเพื่อการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและกระทรวงการคลัง ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องถูกรวมเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสเดียวกัน

ดังนั้นสรุปได้ว่าจีนนั้นยังคงมีท่าทีในเป็นบวกต่อเทคโนโลยี บล็อกเชน ด้วยกฎหมายการเข้ารหัสลับฉบับใหม่นี้มันจะช่วยให้ประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการเข้ารหัสได้อย่างต่อเนื่อง 

ที่มา : cointelegraph