เว็ปเทรดคริปโตเบอร์หนึ่งของโลก Binance ยังคงวางแผนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินชุดใหม่ บริษัทกล่าวว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะเปิดตัว ‘Binance Mining Pool’ ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้มีวิธีการใหม่ ๆ ในการเข้าร่วมอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัล
Binance กำลังจะเปิดตัว Binance Mining Pool ในเร็ว ๆ นี้
ตามทวีตล่าสุดของนาย Changpeng Zhao ซีอีโอ Binance ที่โพสต์ว่า พวกเขากำลังเตรียมเสนอโซลูชั่น mining pool ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทางการเงินชุดใหม่ รวมถึงการ Staking , การออมเงินเพื่อรับดอกเบี้ยและการกู้ยืมเงิน
นาย Changpeng Zhao เพิ่งแชร์รูปภาพบนทวิตเตอร์ของเขาที่แสดงให้เห็นถึง Livestream ตัวแรกของโซลูชั่น Binance Mining Pool และนาย CZ ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันกลุ่มนักขุดคริปโตชาวจีนเริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วและกำลังรอคอยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของบริษัท
Binance เป็นหนึ่งในเว็ปเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกและบริษัทกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อที่พวกเขาจะสามารถเข้าถึงผู้ใช้และผู้คนในจำนวนมากขึ้น
ปัจจุบันเว็ปเทรด Binance กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ใช้ในตลาดคริปโตที่ช่วยให้พวกเขาสามารถฝากเงินและเริ่มได้รับดอกเบี้ยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงิน Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Bitcoin Cash (BCH) หรือ Ethereum Classic (ETC)
นอกจากนี้เว็ปเทรดยังได้รองรับเหรียญ stable coin อย่าง Tether (USDT) และ Binance USD (BUSD) อีกด้วย เพื่อให้ผู้ใช้ฝากเงินและรับดอกเบี้ยเป็นการตอบแทน (โดยทั่วไปแล้ว BUSD จะเสนออัตราดอกเบี้ยในเรทที่ดีกว่าดอกเบี้ยของ USDT)
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถใช้ร่วมกับโซลูชั่นการ Staking เดิมที่มีแล้วในเว็ปเทรด Binance ซึ่งผู้ใช้จะสามารถฝากเหรียญ altcoin และเข้าร่วมเครือข่ายได้ทันทีเพียงแค่การคลิกสองสามครั้ง การ Staking จะให้ผลตอบแทนแก่ผู้ใช้ตามจำนวนเงินที่พวกเขาฝากเข้ามา โดยสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีเงินจำนวนเยอะ ๆ เพื่อเข้าร่วมโซลูชั่นนี้ เพราะเพียงแค่พวกเขามีเหรียญคริปโตอย่างน้อยสองสามเหรียญก็สามารถเข้าร่วมโซลูชั่นนี้ได้แล้ว
Binance กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้พวกเขากลายเป็นผู้นำของตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้มีการรายงานไปแล้วว่า Binance กำลังเตรียมเปิดตัวบัตรเดบิตคริปโต เติม BNB จ่ายได้ทั่วโลก ดังนั้นในอนาคต Binance อาจเริ่มนำเสนอโซลูชั่นใหม่ ๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งเราก็คงต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป
ที่มา : usethebitcoin
