<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์เผยจุดต่ำสุดราคา Bitcoin เกิดขึ้นไปแล้ว เหตุเม่าเทขายไปหมดแล้วเมื่อ 12 มีนาคม

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ณ ช่วงเวลาของการเขียนนี้ Bitcoin มีการซื้อขายที่ระดับ 7,230 ดอลลาร์ด้วยมูลค่าปริมาณ  32,460 ล้านดอลลาร์และมูลค่าตลาด 132,560 ล้านดอลลาร์ หลังจากซื้อขายต่ำกว่า  7,000 ดอลลาร์เกือบตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเคยลงไปต่ำสุดที่ 3,700 ดอลลาร์มาแล้วในช่วงเดือนที่ผ่านมา 

คำถามก็คือแล้วนั่นเป็นจุดต่ำสุดแล้วจริงหรือไม่ ? 

ด้วยผลกระทบที่ไวรัส COVID-19 ที่มีต่อตลาด Bitcoin ในช่วงต้นปี ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับตลาดตราสารทุนในวงกว้างมากกว่าที่เคย หลายคนก็ออกมาชี้ว่านักลงทุนสถาบันที่ถือ Bitcoin รู้สึกว่าผลกระทบจากการที่หุ้นของพวกเขาหล่นลงอย่างรวดเร็วและต้องการแปลง Bitcoin ของพวกเขาเป็นเงินสดเพื่อปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนให้ยังรอดต่อไปได้ในปริมาณที่เหมาะสม 

อย่างไรก็ตามราคา Bitcoin ก็ได้มีการปรับตัวลดลงเป็นครั้งที่สองในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาโดยมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของระบบ BitMex โดยนักวิเคราะห์ชื่อดังบนทวิตเตอร์ The Wolf of All Streets ระบุว่าแม้จะมีความผันผวนของราคา Bitcoin เกิดขึ้นจริง แต่ต้องยอมรับว่ามันมีสภาพคล่องมากกว่าตลาดตราสารหนี้ในเดือนที่ผ่านมาในช่วงที่ตลาดแบบดั้งเดิมตกต่ำ 

ในขณะที่ตลาดดาวโจนส์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว แต่ทางด้านของผลกระทบระยะยาวของอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นและการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงและส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอีกครั้งก็เป็นไปได้มากเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามเดือนที่ผ่านมานั้น Bitcoin ได้รับการทดสอบสำหรับแนวคิดของ Bitcoin decoupling หลายวันมานี้ที่ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมาปิดตัวลงแม้จะขาดทุน แต่ในขณะที่ Bitcoin ดีดตัวขึ้นเหนือ 6,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จสวนทางกัน 

การลดลงของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมานั้นกลับเริ่มที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงสามสัปดาห์นับจากนี้ซึ่งอาจช่วยให้เกิดการชุมนุมของ Bitcoin ในปัจจุบันด้วยการคาดการณ์ว่า Bitocin จะมีการ Halving นั้นทำให้อาจมีแนวโน้มเป็นบวกเมื่อนักเทรดทั้งหลายพยายามสะสม Bitcoin ที่คาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นบวกมากขึ้น 

นักลงทุนสถาบันที่เข้ามามากขึ้น

สภาวะตลาดที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้ของ Bitcoin ทำให้มันได้รับความสนใจจากผู้เล่นระดับสถาบันเช่นกองทุนป้องกันความเสี่ยงมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์ AUM Renaissance Technologies ออกมาอนุญาตให้เข้าสู่การทำธุรกรรมซื้อขายล่วงหน้า bitcoin เมื่อปลายเดือนมีนาคม และจะจำกัดสัญญาฟิวเจอร์สที่ชำระด้วยเงินสดซื้อขายใน CME อีกด้วย 

เมื่อไม่นานมานี้หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลได้ออกมารายงานว่ากองทุน Renaissance Medallion fund มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 24% ในปี 2020 จนถึงวันที่ 14 เมษายนเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 ที่ลดลง 11.4 เปอร์เซ็นต์

การเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการของ Renaissance อาจเป็นแรงบันดาลใจและชักจูงให้ผู้เข้าร่วมตลาดคริปโตที่เป็นสถาบันการเงินอื่น ๆ เข้ามาในตลาดซื้อขายล่วงหน้าของ Bitcoin ทำให้ Bitcoin มีสภาพคล่องที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมและช่วยกระตุ้นความต้องการของนักลงทุนในระดับรายย่อยได้ต่อไป

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น