<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Michael Saylor และ Vitalik Buterin มีมุมมองที่ต่างกันเรื่องการใช้พลังงานของ Bitcoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Michael Saylor CEO ของ MicroStrategy และผู้ให้การสนับสนุน Bitcoin อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูกำลังออกมาโต้วาทีกับนักข่าว Adam Samson ผู้ที่เคยท้าประลองการถกเถียงกับนาง Yassine Elmandjra จาก Ark Invest มาแล้ว โดยครั้งนี้พวกเขาได้ทำการถกกันในเรื่องของการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Bitcoin นั่นเอง

นาย Samson ได้หยิบยกอินโฟกราฟิกจาก Cambridge Center for Alternative Finance เพื่ออธิบายว่าเหตุใดตัวเลขสถิติของ Elmandjra จึงอาจทำให้ผู้คนเข้าใจผิดโดยชี้ให้เห็นว่าพลังงานส่วนใหญ่ที่นำไปใช้ ขุด Bitcoin นั้นมาจากแหล่งพลังงานที่ไม่มีการหมุนเวียน

นาย Saylor ต้องรุดหน้าเข้ามาปกป้อง Bitcoin อย่างรวดเร็วหลังจากที่ Samson แชร์ภาพดังกล่าวและโพสต์บทความจาก Financial Times ที่วิจารณ์ Bitcoin สำหรับการใช้พลังงานอย่างหนัก

นาย Saylor กล่าวว่า

“Bitcoin เป็นเงินไฟฟ้า รถยนต์จริงใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่ารถของเล่น… Bitcoin เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแปลงพลังงานไปสู่ความมั่งคั่งที่เรายังไม่เคยประดิษฐ์ได้มาก่อน”

ภายหลังจากนั้นนาย Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum (ETH) ก็ได้เข้ามากล่าวแสดงความเห็นต่อ โดยเขากล่าวว่า Bitcoin (BTC) อาจถูกละทิ้ง เนื่องมาจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันทั้ง Bitcoin และ Ethereum ใช้กลไกฉันทามติที่เรียกว่า Proof of Work (PoW) ซึ่งต้องใช้พลังในการคำนวณ แต่สิ่งที่ Ethereum ต่างจาก Bitcoin ก็คือมันกำลังเปลี่ยนไปใช้ Proof of Stake (PoS) ในการอัปเกรดที่จะเกิดขึ้นซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานลงอย่างมาก

โดยนาย Vitalik ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ถึงการเปลี่ยนไปใช้กลไก PoS ที่กำลังจะเกิดขึ้นของ Ethereum ซึ่งได้รับการทดสอบน้อยกว่า Bitcoin มาก แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำให้ blockchain มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดต้นทุนการทำธุรกรรม

“เราเปลี่ยนจากการบริโภคพลังงานแบบเดียวกับประเทศขนาดกลางไปสู่การใช้พลังงานแบบเดียวกับหมู่บ้าน”

นอกจากนี้นาย Vitalik ยังได้กล่าวถึงการที่นาย Elon Musk ออกมาพูดถึงการใช้พลังงานของ Bitcoin ว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจได้

“ผมคิดว่า [ข้อกังวลเหล่านั้น] เป็นเรื่องจริง การใช้ทรัพยากรนั้นมีขึ้นอย่างมากแน่นอน แม้มันไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถทำลายโลกได้ด้วยตัวมันเอง แต่มันเป็นข้อเสียที่สำคัญอย่างแน่นอน”

Buterin กล่าวว่าเขาคาดว่าจะมีการเรียกร้องให้ Bitcoin เปลี่ยนไปใช้อัลกอริทึ่ม proof of stake หรือผสมผสานกันกับ proof of work ได้ในอนาคต

“หาก Bitcoin ยึดติดกับเทคโนโลยีอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”