<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

ผู้ใช้ XRP รวมตัวกันยื่นฟ้อง Apple หลังเจอแอพปลอมบน App Store ที่ขโมยเหรียญของเหยื่อ

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ด้านหนึ่ง Ripple กำลังต่อสู้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ของสหรัฐอเมริกาในศาล ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ถือเหรียญ XRP ก็กำลังทำการฟ้องร้องด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การฟ้องร้องดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นการฟ้องต่อหน่วยงานรัฐใด ๆ แต่เป็น Apple Inc.

โดยอ้างอิงจากเอกสารในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแมรี่แลนด์ โจทก์ได้ออกมากล่าวว่า Apple ได้อนุญาตให้แฮกเกอร์ขโมยทรัพย์สินคริปโตของตน จากกรณีเดียวกันนี้ ผู้ใช้ crypto จำนวนมากประสบกับความสูญเสียอย่างหนักหลังจากดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบน App Store ชื่อ “Toast Plus”

สิ่งนี้ผลักดันให้ Hadona Diep ผู้อาศัยในรัฐแมรี่แลนด์ต้องทำการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล เธออ้างว่า Apple อนุญาตให้แอปพลิเคชั่นทำการ “ฟิชชิ่ง” ด้วยการปลอมแปลงเป็นกระเป๋าคริปโตของปลอมบน App Store และทำให้ผู้ใช้ Apple หลายคนสับสนระหว่างของจริงและของปลอม ก่อนที่จะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งแอพปลอม และถูกนักแฮ็คขโมยเหรียญของพวกเขาได้ในท้ายสุด

bitazza-may-768x90

โจทก์กล่าวต่อไปว่า Apple ต้องรับผิดชอบ “โดยตรงและ / หรือทางอ้อม” เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่เผยแพร่บนร้านค้าออนไลน์ของตนได้ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าทางบริษัทสามารถควบคุม App Store ได้ในแบบเบ็ดเสร็จ ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้นักพัฒนาวางขายแอพของตนลงใน App Store และหักส่วนแบ่งจากรายได้ถึง 30%

“ App Store ที่ผูกขาดจึงสร้างรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับ Apple โดย Apple เรียกเก็บส่วนแบ่ง 30% ของรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากแอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดผ่าน App Store ไม่ว่าจะด้วยค่าแอพ, การ Subscribe หรือแม้กระทั่ง In-app purchase”

ในขณะเดียวกัน Toast Plus ไม่ใช่แอปพลิเคชันจริง แต่เป็น “สื่อกลางในการฉ้อโกง”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Apple ได้จบคดีฟ้องร้องอีกคดีหนึ่งกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในสหรัฐอเมริกาที่ทำการยื่นฟ้องพวกเขา โดย Apple สัญญาว่าจะออกเงื่อนไขที่ดีกว่าสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์บน iPhone แม้ว่า Apple จะอ้างว่า App Store เป็น “สถานที่ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับผู้ใช้ในการรับแอพ” แต่แอพ Toast Plus นั้นมีสิ่งที่แตกต่างออกไป

คดีนี้อธิบายรายละเอียดว่า

“โจทก์เชื่อว่า Toast Plus เป็นเวอร์ชั่นของ Toast Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินคริปโตเคอเรนซี่ที่รู้จักกันดี เนื่องจากชื่อคล้ายกัน และโลโก้ที่ใช้สำหรับแอปพลิเคชันใน App Store ก็เหมือนกันหรือเกือบเหมือนกัน”

เกิดอะไรขึ้นกับ Toast Plus?

ในปี 2018 Diep ได้โอน 474 XRP ไปยังกระเป๋าเงินคริปโตซึ่งถูกปิดตัวลงในเดือนถัดไป หลังจากนั้น เธอเชื่อมโยง private key ของเธอกับ Toast Plus ในเดือนมีนาคม 2021 แต่ไม่ได้โอนเงินใดๆ เนื่องจากเธอถือเหรียญไว้เพื่อการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม เมื่อ Diep กลับไปตรวจสอบกระเป๋าเงิน เธอพบว่าไม่เพียงแต่ XRP ของเธอเท่านั้นที่หายไป แต่บัญชีของเธอถูก “ลบ” ออกไปอีกด้วย โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2021 เธออ้างว่ามีการสูญเสียเป็นเงินที่มากกว่า 5,000 ดอลลาร์ ตามคำฟ้อง แม้เธอจะติดต่อกับ Toast Plus, Apple และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ แต่ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม Diep ไม่ได้เป็นแค่รายเดียวที่ประสบปัญหาดังกล่าว ดูเหมือนว่าจะมีผู้ใช้จำนวนมากที่ออกมาระบุข้อร้องเรียนที่คล้ายกันในเว็บบอร์ด ycombinator อีกด้วย

เอกสารการฟ้องร้องเผยว่าผู้ที่ทำการดาวน์โหลดแอพจาก App Store ของ Apple และได้รับความเสียหายนั้น “มีสิทธิได้รับการชดใช้ความเสียหายตามกฎหมายมากกว่า 10,000 ดอลลาร์หรือ 100 ดอลลาร์ต่อวันในแต่ละวันของการละเมิด, ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเชิงลงโทษ, ค่าธรรมเนียมทนายความที่เหมาะสม, และกำไรที่ควรจะได้รับ”

ณ เวลานี้ Apple ยังไม่ตอบสนองต่อคดีการฟ้องร้องดังกล่าว

miningpro-may-768x90