<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

เหรียญมีมตัวแรกบน Avalanche เจอ Rugpull นักลงทุนสูญเงินกว่าพันล้านบาท

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

SnowdogDAO (SDOG) ซึ่งเป็นเหรียญมีมตัวแรกที่เปิดตัวบน Avalanche ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 90% เมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนหลาย ๆ คนเชื่อว่านี่คือการ Rugpull เพื่อโกงเงินนักลงทุน

แม้จะสูญเสียเงินลงทุนไปหลายล้านดอลลาร์ แต่ทีม SnowdogDAO ยืนยันว่างานนี้ไม่ใช่การดึงพรม แต่เป็น “การทดลองทฤษฎีเกม” ที่ผิดพลาด

นักลงทุนวงในซื้อเหรียญที่ป้องกันนักลงทุนวงใน

SnowdogDAO ซึ่งเป็นเหรียญมีมที่รันอยู่บน Avalanche ดูเหมือนว่าจะเกิดความล้มเหลวอย่างน่าตกใจเมื่อวานนี้ หลังจากใช้งานได้เพียง 8 วันเท่านั้น ซึ่งเป็นการทดลองใช้งาน 8 วันก่อนที่จะมีกำหนดการซื้อคืนครั้งใหญ่ โดยเหรียญ SDOG นี้ได้รับความสนใจอย่างมากในชุมชนคริปโตอย่างมาก

bitazza-may-768x90


ทีมนักพัฒนากล่าวว่าพวกเขาสร้างเหรียญดังกล่าวขึ้นเพื่อทำการทดลองทฤษฎีเกมเพื่อสร้างการรับรู้และจดจำให้กับ Snowbank

“เราเชื่อว่าการรวมกันของเหรียญมีมแบบกระจายอำนาจนั้นจะตายหลังจาก 8 วัน ด้วยมุมมองของการซื้อคืนครั้งใหญ่จะสร้างความสนใจและนำมาซึ่งการความสนใจในโครงการ Snowbank”

จุดสุดท้ายของการทดลองถูกกำหนดให้เป็นการซื้อคืนครั้งใหญ่ ซึ่งทางคลังจะทำการซื้อคืนผ่านการออกเหรียญมาขาย โดยตลาดของคลัง treasury นั้นเติบโตมีมูลค่าถึง 44 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 8 วันเท่านั้น นั่นหมายความว่าผู้ถือเหรียญสามารถแข่งกันก่อนการซื้อคืนได้

แต่ทว่าสิ่งที่นักพัฒนาไม่ได้เปิดเผยให้ชัดเจนต่อนักลงทุนนั้นก็คือมี supply ของ SDOG เพียงแค่ 7% เท่านั้นที่สามารถถูกนำไปขายให้เหนือราคาตลาด ก่อนการซื้อคืน

เพื่อหลีกเลี่ยงการ frontrun โดยนักลงทุนวงใน ทางทีม Snowdog ได้สร้างเหรียญ AMM บน Uniswap V2 และทำการย้ายสภาพคล่องเหรียญ SDOG ทั้งหมดออกจาก Trader Joe หรือเว็บกระดานเทรดแบบ Decentralized บน Avalanche

อย่างไรก็ตาม การซื้อคืนล้มเหลวอย่างน่าตกใจภายในไม่กี่วินาทีหลังจากเปิดตัว โดยผู้ใช้หลายร้อยรายสูญเสียเงินทุนส่วนใหญ่ไป แต่กลับมีเพียง address แค่ address เดียวที่สามารถทำเงินได้เกือบ 10 ล้านดอลลาร์ด้วยการ swap เหรียญ SDOG ไปเป็นเหรียญคริปโตอื่น ๆ ส่งผลทำให้อำนาจการซื้อคืนของคลังนั้นลดลง

ก่อนการซื้อคืน address ดังกล่าวซื้อ SDOG มูลค่าประมาณ 180,000 ดอลลาร์โดยมีเหรียญ MIM อยู่ในชุดนั้นจำนวน 10,000 ดอลลาร์ ก่อนจะนำมันไป stake และหลังจากนั้นหนึ่งวันต่อมา พวกเขาสามารถดูดเหรียญ MIM มูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์ออกมาได้

กระเป๋าเหรียญอีกสองแห่งสามารถดูดเหรียญมูลค่า 7.7 และ 3.3 ล้านดอลลาร์โดยใช้กลยุทธ์เดียวกัน

ในขณะที่ไม่มีใครรู้ว่า address ดังกล่าวเป็นของใคร แต่ผู้คนเชื่อว่ามันน่าจะเป็นของกลุ่มคนที่มีความเกี่ยวข้องกับนักพัฒนาเหรียญอย่างแน่นอน

การสืบหาสาเหตุของ Snowdog ไม่พบอะไรเลย

ภายหลังจากนั้นทีม Snowdog ได้ออกมาเปิดเผยผลการสืบสวนสอบสวน โดยบอกว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การ rugpull แต่มันไม่สามารถโน้มน้าวให้นักลงทุนเชื่อได้เลยแม้แต่น้อย

ทีมงานกล่าวว่าพวกเขาได้ออกแบบ AMM เพื่อให้บอทสามารถดำเนินการได้โดยการโดยใช้ความท้าทายทางคณิตศาสตร์ง่ายๆ ที่มีเฉพาะจาก front-end ของ Snowbank เท่านั้น

“การคำนวณเล็กน้อยเมื่อคุณรู้ข้อกำหนดแล้ว แต่จะต้องมีการแทรกแซงด้วยตนเองเพื่อปรับบอท ดังนั้นจึงให้เวลาเพียงพอสำหรับการโต้ตอบของมนุษย์ก่อนที่บอทจะมาเข้าร่วมได้” พวกเขาอธิบายในโพสต์ “มันได้ผล เนื่องจากบอทส่งธุรกรรมที่ล้มเหลวทีละรายการ”

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานเหรียญกล่าวว่ามันไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหา challenge ได้ เนื่องจากการเริ่มต้น Snowswap contract นั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ ‘challengeKey’ ที่ไม่มีผู้ใช้งานรายไหนมีเลย

Snowdog ยืนยันว่าพวกเขาจะรับผิดชอบต่อสถานการณ์ดังกล่าวในกรณีที่มันเป็นความผิดพลาดของเขาเกี่ยวกับการล้มเหลวในการเปิดเผยกฎของเกมเท่านั้น

“เราเข้าใจดีว่าประสบการณ์การซื้อคืนสร้างความหงุดหงิดใจ เนื่องจากมีเพียง 7% ของผู้ถืออุปทานเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากราคาที่สูงกว่าราคาตลาดก่อนการซื้อคืน เราเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่ได้สื่อสารเรื่องนี้ให้ละเอียด เราควรเตือนชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่รอการซื้อคืนเพื่อขาย”

ผู้ใช้ที่ไม่สามารถขาย SDOG ซึ่งสูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 90% จะยังคงสามารถสร้างโทเค็นบางส่วนได้ โดยทาง Snowdog เผยว่าจะมีการจัดหายูทิลิตี้เพิ่มเติมให้กับโทเค็นบน Snowbank ซึ่งรวมถึงการขุด SDOG-MIM, สภาพคล่อง SDOG-MIM, การลิสต์บน Trader Joe และการกำกับดูแล DAO

miningpro-may-768x90