<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

จับตาดูการปลดล็อค KUB Coin จำนวน 2 ล้านเหรียญ ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ว่าจะส่งผลต่อตลาดอย่างไร

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในขณะนี้นักลงทุนชาวไทยผู้ที่ชื่นชอบการเก็งกำไรในเหรียญ KUB Coin เริ่มมีความกังวลกันว่า การปลดล็อคเหรียญ KUB coin จำนวนนับล้านที่คาดจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคมนั้นจะส่งผลทำให้ราคาเหรียญร่วงลดลงอย่างรุนแรง แต่มันจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ในบทความนี้เราจะลองมาวิเคราะห์ไปด้วยกัน

Bitkub จ่อปลดล็อกเหรียญ KUB จำนวนนับล้าน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Bitkub ได้มีการจัดแคมเปญการล็อคเหรียญเพื่อรับผลตอบแทนเป็นเหรียญ KUSDT และ KBTC ไปนั้น ดูเหมือนว่ากิจกรรมดังกล่าวจะมีกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดและมีผู้คนแห่ล็อคเหรียญกันอย่างคับคั่ง จนทำให้ยอดล็อคเหรียญ KUB เต็มอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันแรก (วันที่ 1 พ.ย.) ที่เปิดทำการ

ข้อมูลจาก Bonus Kub บนแพลตฟอร์ม Bitkubnext ทำให้เราทราบได้ว่ามีผู้ใช้ล็อคเหรียญเพื่อรับรางวัลเป็นเหรียญ KBTC และ KUSDT เป็นจำนวนทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 2.4 ล้าน KUB สำหรับกำหนดระยะเวลาล็อคเหรียญที่ 1 เดือน

bitazza-may-768x90

นั่นหมายความว่าเมื่อถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะมีเหรียญ KUB จำนวนกว่า 2.4 ล้าน KUB ที่ทยอยปลดล็อกออกมาจากแพลตฟอร์มของ Bitkub Next และณ ปัจจุบันที่ราคา KUB เหรียญละ 380 บาท เหรียญที่ปลดล็อคทั้งหมดจะมีมูลค่าอยู่ที่ราว ๆ 900 ล้านบาทเลยทีเดียว

แน่นอนว่าหากเงินจำนวนทั้งหมดนี้ถูกนำไปขายในตลาด มันจะต้องไม่ใช่เรื่องที่ส่งผลดีต่อราคาของเหรียญ Kub อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหรียญส่วนหนึ่งอาจถูกนำกลับมาใช้ล็อคผลตอบแทนต่อ และด้วยราคาที่เพิ่มสูงขึ้น นักเทรดอาจพิจารณาที่จะหันมาถือครองเหรียญ KUB ในระยะยาวมากขึ้น นั่นหมายความว่าเหรียญทั้งหมดอาจไม่ถูกนำมาใช้ในตลาดเพียงอย่างเดียว 

นักลงทุนไม่ควรประมาท 

นับตั้งแต่เหรียญ Kub coin ได้มีการเปิดขายเหรียญบน Bitkub จนถึงวันนี้มูลค่าของมันก็ได้เพิ่มขึ้นมาเกือบ 1,500% แล้ว จาก 30 บาทสู่ 430 บาทในวันนี้ สิ่งนี้ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับเหรียญคริปโตสัญชาติไทยในบ้านเรา และดูเหมือนว่ากระแส FOMO หรือการกลัวที่จะตกรถจะเข้าครอบงำนักลงทุนชาวไทยอยู่ในปัจจุบัน

ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ การเพิ่มขึ้นของราคาถือว่าร้อนแรงเกินไปอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากราคาที่เพิ่มขึ้นกว่า 400% นั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงแค่ 48 ชั่วโมงหรือ 2 วันเท่านั้น ดังนั้นนักเทรดจึงไม่ควรประมาท เพราะอะไรก็ตามที่มีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง การปรับฐานที่จะเกิดขึ้นตามมานั้นก็น่าจะมีความรุนแรงที่ไม่แพ้กัน

นอกจากนี้แล้วทางด้านคุณ สกลกรย์ สระกวี  ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Bitkub ก็ยังได้ออกมาเตือนนักลงทุนชาวไทยทุกคนผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวด้วยว่า “การลงทุนคริปโตทุกอย่างมีความเสี่ยงเสมอ อย่า FOMO เพียงเพราะเพื่อนบอก หรือคนเค้าซื้อกัน ควรศึกษาทำความเข้าใจและไม่ลงทุนเกินตัวด้วยครับ” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนับว่าเป็นการเตือนสตินักลงทุนเหรียญ Kubcoin ในช่วงเวลานี้ได้เป็นอย่างดี 

miningpro-may-768x90