ในฐานะผู้ปล่อยกู้ทางเลือกสุดท้ายที่คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีนั้นก็คือการพยุงเศรษฐกิจโลกไม่ให้เกิดความพินาศ แม้จะใช้วิธีที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้งแต่ FED ใช้เคล็ดลับหลักคือการควบคุมปริมาณเงินผ่านอัตราดอกเบี้ยเมื่อเกิดวิกฤติสภาพคล่อง FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้การกู้ยืมนั้นถูกลงซึ่งจะทำให้สภาพคล่องของตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อหลักเลี่ยงหายนะจากเงินเฟ้อจากการ “พิมพ์เงิน”
FED เพิ่มต้นทุนของการกู้ยืมโดยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสิ่งนี้ไม่เป็นการชักจูงความรวดเร็วของเงินที่ไหลออกจากการควบคุมไปสู่เศรษฐกิที่ดีกว่าด้วยความหวังว่าจะหลีกเลี่ยงหายนะจากภาวะเงินฝืดซึ่งมันเป็นสิ่งที่ตรงกับทฤษฎี Keynesian Economics ความโกลาหลทางการเงินแบบที่ประธาน FED ทุกคนจะต้องแบกรับและจัดการกับปัญหานี้ให้ได้
นาย Jerome Powell ประธาน FED กำลังใช้กลยุทธ์เหล่านี้เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่มีการระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2020 Powell ได้ทำการพิมพ์เงินเพิ่มซึ่งตอนนี้คิดเป็นสัดส่วน 40% ของเงินดอลลาร์สหรัฐทั้งหมดในเศรษฐกิจโลกด้วยการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่จะมาในปี 2022 เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้ “nuclear option” จากคลังแสงของ FED ทำให้เศรษฐกิจโลกนั้นถดถอย
ในเดือนมิถุนายน 2021 Powell ได้ทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 0.05% สองรายการได้แก่ดอกเบี้ยสำรองส่วนเกิน (IOER) และดอกเบี้ยสัญญาซื้อคืนพัธบัตรแบบย้อนกลับบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินเหล่านี้, ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการทำงานของ FED วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Powell และเปิดเผยว่าทั้งหมดมีความหมายต่อ Bitcoin และเศรษฐกิจในโลกอนาคตอย่างไร
FED ทำงานอย่างไร
ในที่สุดนั้น FED ก็ผูกติดกับกลุ่มผู้ถือหุ้นหรือธนาคารที่เป็นสมาชิกในที่สุดรการกระจายระบบการเงินและการลงทุนนี้เป็นสิ่งที่กำหนดนโยบายการเงินของโลก
JP MorGan & Chase CO., Goldman Sachs, Well Fargo,Morgan Stanley, Bank of America ฯลฯ สมาชิกเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากพวกเขาซื้อตราสารหนี้(สำรอง)ที่กรมธนารักษ์ประมูลเพื่อเป็นเงินทุนในการดำเนินงานและรักษาสภาพเศรษฐกิจให้ไปต่อได้สมาชิกเหล่านี้รวบรวม 50% ที่คลังเป็นคนออกและขายให้กับ FED ทันทีเพื่อแลกกับเงินสดนี่คือวิธีสร้างรายได้จากคลัง (หนี้สหรัฐ) ในทางตรงกันข้ามธนาคารกลางต่างประเทศซื้อเพียง 30% ของการออกพันธบัตรใหม่เป็นเวลาสามปีและส่วนที่เหลืออีก 20% จะปล่อยให้กับทางภาคเอกชน
ดังนั้นเมื่อธนาคารควบคุมการไหลของเงินทุน FED ก็จะเป็นผู้คุมโดยภาพรวมของระบบการเงินทั้งหมดด้วยเงินที่เป็นสกุลเงินของโลกนั่นก็คือดอลลาร์สหรัฐ
Powell แสดงจุดยืนของตนเอง
ในการประชุมช่วงมิถุนายน 2021 ที่ทางนาย Powell ได้ทำการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย IOER และดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับ Powell ได้เริ่มกระบวนการชะล้างเงินสดเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อนอกจากนี้เขายังได้ใช้กลยุทธ์ในการป้องกันการลดทอนเงินจากเศรษฐกิจโลกเพื่อสร้างความตึงเครียดที่ไม่มีความสมดุลให้กับทางฝั่งยูโรปในช่วงกลางเดือนมิถุนายนเงินจำนวนกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์ถูกถอนออกจากตลาดและทำให้เงินยูโรเกิดความเสียหาย
Bitcoin จุดเริ่มต้นของการเงินยุคใหม่
ด้วยนโยบายที่การเงินที่ดียิ่งขึ้นซึ่งต้องเน้นไปที่การมีความรับผิดชอบของทางการคลัง Powell และผู้ถือหุ้นของเขาอาจได้รับแรงจูงใจให้รักษาเศรษฐกิจของโลกโดยการยอมรับ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายที่จะเป็นเครื่องรับประกันอำนาจของเงินดอลลาร์
ในช่วงที่เศรษฐกิจของโลกนั้นไม่แน่นอนโลกดึงสภาพคล่องทางการเงินกลับมาได้โดยไม่รู้ว่านโยบายทางการเงินของ FED นั้นเป็นอย่างไรนโยบายที่ไม่ค่อยดีนักของ Powell เป็นสัญญาณว่า FED ควรต้องรีบกอบกู้ความเชื่อใจจากตลาดกลับคืนมาและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำได้
เมื่อตอน Paul Volcker เป็นประธาน FED เขาถูกบังคับให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงมากขึ้นในช่วงต้นทศววรษ 70 เพื่อรักษาอำนาจทางการเงินของดอลลาร์ในช่วงที่เงินเฟ้อนั้นราคาของทองคำปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี 1971-1980 เมื่อ Paul ปรับอัตราดอกเบี้ยตลาดก็ดึงตัวเองกลับมาซึ่งตอนนี้ Powell ก็กำลังเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายออกแบบเดียวกันนี้และจะใช้เครื่องมือทางการเงินที่รัดกุมเพื่อปกป้องเงินดอลลาร์
ด้วย supply ของ Bitcoin ที่มีแค่ 21 ล้าน BTC และเงินสถาบันก็เข้ามสู่ตลาดบ้างแล้วคุณค่าของมันนั้นอาจจะแซงทองคำในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนแบบนี้และมันจะกลายเป็นหลุมหลบภัยของเงินทุนและในเวลาที่ผลตอบแทนจากการคลังนั้นไม่ดีเป็นผลให้ประเทศต่าง ๆ จะขายพันธบัตรของสหรัฐทิ้งไปเนื่องจากมีการตระหนักว่า “ศรัทธาที่เต็มเปี่ยมและเครดิตของรัฐบาลสหรัฐฯ” ความเสี่ยงของคู่สัญญาโดยรวมที่ใหญ่ที่สุด
นโยบายทางการเงินของ Powell ในการเพิ่มความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์จะเป็นการเก็งกำไรครั้งสุดในเงินสกุลดอลลาร์และจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของระบบการเงินที่ดีการทดลองระบบเดิมที่จะค่อย ๆ นำ Bitcoin มาใช้จะเป็นกระบวนการที่บังเอิญที่โลกต้องการเมื่อทำให้มาตรฐานของ Bitcoin ง่ายขึ้น
