<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

ชายคนหนึ่งถูกบริษัทยักษ์ใหญ่จ้างให้เปิดเครื่องขุด Bitcoin ที่บ้าน

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

บทความนี้เป็นบทความที่เขียนโดย TECHENGINEER21 ที่จะมานำเสนอความคิดเห็นของเขาต่อการเปิดเหมืองขุดขนาดเล็กที่บ้านทั้งวิธีการแก้ปัญหาและการประยุกต์ใช้พลังงานจากเครื่องขุด และเป็นการส่งเสริมให้มีนักขุดเหมืองขนาดเล็กเพิ่มขึ้น เพื่อให้ระบบ Blockchain ของ Bitcoin ให้มีความเป็น Decetralized มากขึ้น

การทำเหมืองขนาดเล็กจะใช้พลังงานที่สูงมากและมีปัญหาเรื่องความร้อนที่เกิดจากการขุด

Decentralization เป็นแกนหลักของ Bitcoin ในบทความนี้ผมจะพูดถึงความสำคัญของเหมืองขนาดเล็กที่มีส่วนช่วยในการรักษาการกระจายอำนาจของ Bitcoin

bitazza-may-768x90

อนาคตคือการแข่งขัน

เหมือง Bitcoin ขนาดใหญ่มีข้อได้เปรียบด้านความประหยัดและสามารถเลือกที่จะไปตั้งในพื้นที่ที่มีต้นทุนทางพลังงานต่ำได้ แม้ว่าเหมืองขนาดใหญ่จะมีข้อดีในด้านการลงทุนในการขุด แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เราจำเป็นต้องมีทั้งเหมืองขนาดใหญ่และเหมืองขนาดเล็ก แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้การทำเหมืองขนาดใหญ่ที่มีความเป็น Centralization จะมีความคุ้มค่ากว่า

หากมีการทำเหมืองที่มีความ Centralization มากเกินไปก็อาจจะทำให้มีปัญญหาตามมา เช่น

51% Attack : การที่บังคับให้เหมืองขนาดใหญ่ 100 แห่ง ร่วมมือกันมันง่ายกว่าการบังคับเหมืองขนาดเล็ก 1 ล้านแห่ง หรือก็คือ ถ้าเหมืองขนาดใหญ่ 100 แห่งมีพลัง Hash ในการขุดของ Blockchain มากกว่า 51% จะสามารถควบคุมการยืนยันธุรกรรมของคนอื่นได้ โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 51% Attack ได้ที่นี่

การปฏิบัติตามรัฐบาล : เหมืองขนาดใหญ่อาจจะมีผลกระทบจากนโยบายของรัฐบสลและแรงกดดันทางการเมืองได้

Anti-fragility : ยิ่งมีการรวมศูนย์สูงหรือมีการ Centralized สูง เครือข่ายก็จะยิ่งแข็งแกร่งน้อยลง หาก Bitcoin จะกลายมาเป็นระบบการเงินของโลก มันจะต้องสามารถทนต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ได้ เช่น  ไฟฟ้าดับในวงกว้าง สงครามโลก การล่มสลายของเศรษฐกิจโลก การประสานงาน EMP หรือการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้เกิด Denial-of-Service หรือมีโอกาสใน 51% Attack ได้

ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย : Bitcoin มีไว้สำหรับประชาชน โดยนักขุดและโหนดต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องระบบ Blockchain และเพื่อโหวตต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานหลัก การควบคุมเครื่องขุดและโหนดของแต่ละคนจะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้คนจำนวนมากสามารถควบคุม “การตัดสินใจ” สำหรับอนาคตของ Bitcoin ได้

นอกจากแรงกดดันจากเหมืองขนาดใหญ่แล้ว เหมืองขนาดเล็กยังต้องรับมือกับปัญหาการลดรางวัลจากการขุด Bitcoin เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อ Hash Power เพิ่มขึ้น และรางวัล Block ลดลง การแข่งขันในระยะยาวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

เหมืองขนาดเล็กจะต้องหาที่ตั้งที่สามารถแข่งขันกับเหมืองขนาดใหญ่ได้ โดยมีข้อดีที่เหมืองขนาดเล็กจะสามารถแข็งขันกับเหมืองขนาดใหญ่ได้

การสร้างสเถียรภาพของเครื่องขุด การทำเหมืองขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูง พวกเหมืองขนาดใหญ่จำเป็นต้องหาพื้นที่การใช้พลังงานของพวกเขาได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ไฟดับขึ้น ไม่ว่าจะเกิดนานหรือไม่นานก็ตาม แต่รายได้ของพวกเขาก็จะลดลง ดังนั้นเหมืองขนาดใหญ่จำเป็นต้องหาพื้นที่ที่ Perfect มากพอ เพื่อให้ช่วงที่มีการใช้ไฟเยอะในการขุดไม่เกิดผลกระทบต่อระบบการขุด

เหมืองขนาดใหญ่จำเป็นต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้ แล้วเหมืองขนาดเล็กที่ตั้งไว้ที่บ้านจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้เจอปัญหานี้ตามวิธีของผม

ปรับขนาดการขุด Bitcoin ด้วย Energy Peak

ที่รัฐเนวาดาตอนใต้ การใช้พลังงานสูงสุดอยู่ในช่วงบ่ายของฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ความร้อน 37 องศาเซลเซียส ทำให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างหนักทั้งในบ้านและที่ทำงาน

เพื่อจูงใจให้ผู้คนใช้ไฟในช่วงเวลาหนึ่งน้อยลงและไปใช้ในช่วงเวลาอื่นมากให้ จึงได้มีการคิดค้นการปรับค่าไฟในแต่ละช่วยเวลา โดยจะเรียกว่า Time of service (TOS) หรือ Time of use (TOU) แทนที่เราจะคิดค่าไฟเป็น 0.11 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงตลอดเวลาทั้งปี ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนจะเปลี่ยนมาเป็น 0.06 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงตลอดทั้งวัน ยกเว้นช่วงเวลา 13:00-19:00 จะคิดเป็น 0.36 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง โดยกราฟด้านล่างนี้จะทำให้เรามองภาพออกง่ายขึ้น.

ก่อนที่จะมีแผง Solar Cell และแบตสำรอง ผมปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมโดยการปิดเครื่องขุด Bitcoin โดยอัตโนมัติในช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุด

ทำให้บ้านของผมเย็นลง 2-3 องศาช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงสุดและมีการตั้งเวลาเพื่อลดการใช้เครื่องปรับอากาศในช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงสุด โดยพื้นฐานแล้ว ช่วงที่เราเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ก่อนหน้านี้จะทำให้บ้านของเราเย็นและเมื่อปิดในช่วง Peak ของพลังงาน บ้านก็จะเย็นอยู่ละค่อย ๆ เย็นน้อยลง แต่ไม่ถึงกับร้อนเลยเพราะก่อนหน้านั้นเราเปิดเครื่องปรับอากาศไว้แล้ว ในรูปด้านล่าง คุณสามารถดูได้ว่าเครื่องปรับอากาศแทบไม่ทำงานในช่วงที่มีการ Peak ของระดับพลังงานหรือช่วงเวลา 13:00-19:00

การเพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยการใช้ Tesla solar กับการสำรองพลังงานใน Powerwall baterry ทำให้มีพลังงานที่เกินมาจากการผลิตไฟฟ้าของ Tesla solar โดยวิธีนี้ทำให้ผมสามารถส่งไฟฟ้าส่วนเกินไปให้ทางรัฐในช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงสุด โดยทางรัฐจ่ายให้ผม 0.28 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

สิ่งนี้ไม่เพียงต่อช่วยให้ระบบไฟฟ้าของเมืองมีพลังงานมากขึ้นในช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงสุด แต่มันยังช่วยให้ผมลดต้นทุนในการใช้พลังงานด้วย

โดยในตัวอย่างในวันนี้เราสามารถแบ่งได้ตามนี้ :

Non TOU rate : 98.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ 0.11 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง = 10.82 ดอลลาร์

TOU Net Metering : 111.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ 0.06 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง – 12.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ 0.28 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง = 6.68 – 3.61 = 3.07 ดอลลาร์

Effective rate : 3.07 ดอลลาร์ ต่อ 98.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง = 0.03 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

อย่างที่เราเห็น ความได้เปรียบด้านต้นทุนที่สำคัญสำหรับผมในฐานะผู้บริโภค แทนที่จะเป็น 0.11 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ผมจ่ายเพียง 0.06 หรือ 0.03 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง โดยความมากน้อยขึ้นอยู่สภาพอากาศในช่วงเวลานั้น ๆ

แม้ว่า TOU หรือ Time of use อาจะไม่ได้ใช้ในเขตอำนาจทั้งหมด แต่แนวโน้มว่าผู้ให้บริการสาธารณูปโภคจำนวนมากมีความจำเป็นต้องปรับระดับความต้องการสูงสุด เพื่อรับมือกับเหตุการณ์การใช้พลังงานที่มากขึ้นจากการขุด Bitcoin โดยอาจจะประยุกต์ใช้ได้จากสถานการณ์ข้างบนนี้

แม้จะไม่มีการติดตั้งระบบสำรองพลังงานและแบตเตอรี่ นักขุดเหมืองขนาดเล็กสามารถปรับการใช้พลังงานของเครื่องขุดในช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงสุดได้ และขยายเวลาการขุดในช่วงที่มีการใช้พลังงานน้อย สิ่งนี้สามารถทำได้โดยใช้ Micro controller และตัวควบคุมอัตโนมัติภายในบ้าน

การทำให้บ้านของคุณร้อนขึ้นด้วยการขุด Bitcoin

การประหยัดต้นทุนจะยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเรามองเห็นประโยชน์จากการใช้พลังงานความร้อนที่มาจากเครื่องขุด

อุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ไฟฟ้าจะดึงพลังงานออกมาในรูปของความร้อนพร้อมกับการใช้งานของมัน เครื่องขุด Bitcoin 3,400 วัตต์โดยพื้นฐานแล้วจะดึงกำลังไฟที่เท่ากันออกมาในรูปของความร้อน หรือก็คือเราจะได้พลังงานความร้อนมา 3,400 วัตต์ โดยความร้อนนี้เราสามารถเปลี่ยนเส้นทางและรวมเข้าการทำความร้อนความภายในบ้าน สระว่ายน้ำ บ้านสีเขียว เป็นต้น

พลังงานความร้อนที่ได้นั้นจะช่วยเพิ่ม ROI ให้เราสามารถคืนทุนได้ไวขึ้น แม้ว่าจะต้องใช้ความรู้และการประยุกต์อย่างมากในการนำความร้อนนั้นมาใช้แต่คุณสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่

การปรับพลังงานในการขุด Bitcoin และการประยุกต์ใช้ความร้อนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการช่วยให้คนหันมาขุด Bitcoin เพื่อจะช่วยรักษาการทำงาน Blockchain ของ Bitcoin ให้มีความเป็น Decetralized มากขึ้น

การปรับขนาดพลังงานสามารถทำได้ในเหมืองขนาดเล็ก ทำให้เหมืองขนาดเล็กนี้สามารถทำกำไรได้ในอนาดคต
ตอนนี้ผมกำลังพัฒนาระบบควบคุมเหล่านี้ให้ง่ายสำหรับบุคคลทั่วไป หากคุณเป็นนักขุดที่มีเหมืองขนาดเล็กอยู่ที่บ้านโดยใช้เทคนิคเดียวกันกับผม หรือว่ามีความสนใจ คุณสามารถเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติม ติดตามและเข้าพูดคุยกันบน Twitter ของผมได้ TechEngineer21

miningpro-may-768x90