ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Trader KP เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน อาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ได้แสดงมุมมองต่อราคาของ Bitcoin ท่ามกลางการดำเนินคดีของ SEC ต่อกระดานเทรดเจ้าดังอย่าง Binance และ Coinbase
อาจารย์ตั๊มมองว่า การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมา เกิดมาจากกระแสกองทุน Bitcoin Spot ETF จำนวนมากถูกยื่นขอจดทะเบียนโดยสถาบันทางการเงินเจ้าใหญ่หลายราย ส่งผลให้มีเงินก้อนใหญ่ไหลเข้ามาในอุตสาหกรรม ผลักดันตลาดให้กลับเข้าสู่ขาขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีผลตัดสินว่า การยื่นคำขอเหล่านี้จะผ่านหรือไม่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การที่เงินทุนจากสถาบันทางการเงินไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก กลับสร้างความไม่สบายใจให้แก่อาจารย์ตั๊ม เนื่องจากการที่สถาบันทางการเงินเข้าใหญ่พยายามเข้ามามีอำนาจในวงการ Crypto โดยเฉพาะ Bitcoin อาจสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นได้ในภายหลัง เนื่องจาก Bitcoin นั้นควรจะกระจายไปอยู่ในมือของนักลงทุนรายย่อยแทนที่จะอยู่ในมือของผู้เล่นสถาบัน
ในมุมมองของอาจารย์ตั๊ม สถานการณ์ในช่วงนี้จึงเป็นช่วง “ข่าวลือ” ตามวลีที่ว่า “Buy the rumor, sell the news” ที่กล่าวถึงการที่นักลงทุนเข้าซื้อช่วงที่เกิดข่าวลือว่า Bitcoin Spot ETF ของ Blackrock จะได้รับการอนุมัติ ก่อนจะแห่เทขาย Bitcoin อีกครั้งเมื่อข่าวจริงเปิดเผยออกมา และเนื่องจากในขณะนี้ยังไม่มีสถาบันใดสามารถจัดตั้งกองทุน Bitcoin ETF ได้สำเร็จอาจารย์ตั๊มจึงมองว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงของ “ข่าวลือ”
นอกจากนี้อาจารย์ตั๊มยังพูดถึงกราฟวัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ซึ่งเป็นการอ้างอิงเหตุการณ์ Halving รวมถึงการปรับตัวขึ้นของราคาที่เกิดจากกระแสต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในขณะนี้ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น (โซนสีเหลือง) โดยราคาจะวิ่งอยู่ที่ช่วงระหว่าง 15,000 ดอลลาร์ถึง 69,000 ดอลลาร์

อาจารย์ตั๊มมองว่า ช่วงโซนสีเหลืองซึ่งเป็นโซนขาขึ้น ราคา Bitcoin มักจะสับขาหลอกนักลงทุนที่เชื่อว่า ราคา Bitcoin อาจพุ่งทะยานทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามอาจารย์ตั๊มเชื่อว่าการที่ Bitcoin จะร่วงทำจุดต่ำสุดใหม่มีความเป็นไปได้น้อย จากการที่ช่วงนี้มี Short-term holder น้อยลง ประกอบการที่ Long-term holder มากขึ้น ที่ช่วยผลักดันราคา Bitcoin ให้สูงมากขึ้น เนื่องจากผู้ถือ Bitcoin กลุ่มนี้ไม่คิดจะขายโทเค็นในมือทิ้ง และยังมีความต้องการเติมเข้ามาเรื่อย ๆ อาจารย์ตั๊มจึงมองว่า ราคา Bitcoin ในช่วงนี้จะทำทรง Side way up แทน
อาจารย์ตั๊มยังได้แชร์เทคนิคการเทรดของตัวเองในช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วยว่า เมื่อเปิด Shot อาจารย์ตั๊มจะใช้วินัยด้านการหาจุดเข้า ก่อนจะจัดการ position ตามตลาด และตั้งเป้าผลตอบแทนที่คำนวณจากจุด Stop loss ตาม Fibonacci ก่อนจะทยอยขายทีละส่วนตามเป้าผลตอบแทนที่วางเอาไว้ตามราคาต่าง ๆ
นอกจากนี้ การที่อาจารย์ตั้งเห็นราคาพุ่งทะลุเส้นแนวโน้มของ RSI ยังส่งผลให้อาจารย์ตั๊มตัดสินใจปิด Shot Position อีกด้วย โดยจุดที่อาจารย์ปิด เป็นจุดที่ครอบคลุมต้นทุนในเปิดออเดอร์เอาไว้แล้ว
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
