ดูเหมือนว่าสัปดาห์ที่สองของปี 2024 Bitcoin ได้ขึ้นมาเป็นคริปโตที่มีผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดที่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐอเมริกามีกำหนดตัดสินใจกองทุน Spot Bitcoin ETF เป็นครั้งแรก หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ Bitcoin Halving ที่กำลังใกล้จะมาถึง
และในขณะที่ทุกคนต่างจับตามองไปที่ Bitcoin ในเวลาเดียวกันก็มีข้อมูลมหภาคที่น่าจับตามอง ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตอีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันว่าในสัปดาห์นี้มีอะไรน่าจับตามองใน Bitcoin กันบ้าง
1. Spot Bitcoin ETF ที่ใกล้วันเส้นตายในการอนุมัติเข้าไปทุกที
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Bitcoin ETF ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างกระแสให้กับ Bitcoinเป็นอย่างมาก ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) จำเป็นที่จะต้องประกาศคำตัดสินในการเปิดกองทุน Spot Bitcoin ETF
อย่างไรก็ตามการเปิดกองทุน Spot Bitcoin ETF นั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ เป็นประเทศแรก เพราะประเทศในสหภาพยุโรปและที่อื่น ๆ ก็ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Spot ETF ในรูปแบบนี้มากแล้ว ซึ่งมีเพียงแค่สหราชอาณาจักรเท่านั้นที่ไม่สนับสนุน
และในขณะที่เส้นตายการอนุมัติในวันที่ 10 มกราคมนั้นกำลังเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที มันก็ได้ส่งผลให้ความไม่แน่นอนกับตลาดเกิดขึ้นมาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมทางการเมือง หรือแม้กระทั่งข่าวการปฏิเสธการอนุมัติ
ซึ่งนักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Bloomberg อย่าง Eric Balchunas และ James Seyffart ได้ออกมาคาดการณ์ว่า SEC มีโอกาสน้อยมากๆ ที่จะปฏิเสธการอนุมัติในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเราก็ไม่สามารถมั่นใจได้ 100% ว่ากองทุนจะได้รับการอนุมัติจนกว่าจะมีการประกาศออกมา
แม้ว่าความเป็นไปได้จะสูง แต่หลายๆ คนก็ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า หลังจากที่ SEC ประกาศว่า Bitcoin ETF ได้รับการอนุมัตินั้น อาจจะเกิดเหตุการณ์ “ขายข่าว” ขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาเหรียญร่วงอย่างรุนแรงและมีการฟื้นตัวที่ช้า
อย่างไรก็ตาม Michael van de Poppe ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัทการค้า MN Trading ได้ออกมาคาดการณ์ว่า การอนุมัติ Bitcoin ETF ในครั้งนี้จะส่งผลต่อตลาดคริปโตในระยะยาว ที่เหมือนกับเหตุการณ์ฟองสบู่ Dot.com หรือทองคำในช่วงปี 2004-2011
2. การวิเคราะห์ราคา Bitcoin ในระยะสั้น
ดูเหมือนว่าในตอนนี้ Bitcoin จะอยู่ในช่วงความสงบก่อนที่พายุจะมาถึง โดยข้อมูลจาก TradingView เผยว่าราคาปิดบนกราฟรายสัปดาห์อยู่ช่วงประมาณ 44,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีเพียงแค่การขยับของราคาจากการซื้อขายเพียงแค่ช่วงแคบๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ชื่อดังอย่าง Skew ก็ได้วิเคราะห์ว่า ถ้าหากจะทำให้ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นในกราฟรายสัปดาห์ ราคาเหรียญจำเป็นที่จะต้องลงไปแตะเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) และเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) 200 จุดบนกราฟรายชั่วโมง
นอกจากนี้ตัวเขายังได้ชี้ว่า อัตราการระดมทุน (funding rates) ของ Bitcoin ได้เริ่มกลับมาแล้ว หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีนักลงทุนโดนชำระบัญชี (liquidation) เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ราคาเหรียญจะมีศักยภาพในระยะยาว
3. การประกาศค่าดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ
นอกจากที่ Bitcoin ETF จะส่งผลต่อราคาเหรียญในตลาดแล้ว นักลงทุนยังจำเป็นที่จะต้องสนใจการประกาศ CPI ของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ด้วย
เพราะอัตราเงินเฟ้อและนโยบายของ Federal Reserve ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลโดยตรงต่อตลาดคริปโต ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการปรับลดลงในช่วงวันที่ 11 และ 12 มกราคม และส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนในระยะสั้นได้
ทว่าตามข้อมูลจาก FedWatchl ของกลุ่ม CME นั้นคาดว่า FED จะยังคงไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้

4. ดัชนี RSI ที่กำลังแสดงว่าตลาดกระทิงของ Bitcoin มาถึงแล้ว
เมื่อพูดถึงสัญญาณที่แสดงว่าตลาดกระทิงนั้นมาถึงรึยัง ก็คงหนีไม่พันค่าดัชนีความสัมพันธ์สัมพัทธ์ (RSI) ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเลือกทิศทางบนกราฟรายวัน
ซึ่งนักวิเคราะห์อย่าง Matthew Hyland เผยว่า แม้ RSI จะยังลดลงจนถึงระดับต่ำสุด แต่แนวโน้มของราคาเหรียญนั้นกำลังอยู่ในขาขึ้นอยู่ อย่างไรก็ตามถ้าหากเหตุการณ์นี้ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ราคาเหรียญอาจลดลงมาได้
ในขณะที่เทรดเดอร์อีกคนอย่าง Trader Tardigrade ได้ออกมาชี้ดัชนี RSI ในกราฟรายสัปดาห์นั้นคล้ายกับช่วงตลาดกระทิงปี 2015-2017 ซึ่งตัวเขาเชื่อว่า RSI จะกลับขึ้นมาเหนือระดับ 50 ก่อนที่จะลดลงหลังจากตลาดกระทิงจบลงในอีก 2 ปีข้างหน้า
5. Bitcoin Halving ที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 100 วัน เท่านั้น
เหตุการณ์สุดท้ายที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้ก็คือ Bitcoin Halving ที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 100 วันเท่านั้น โดยมันจะส่งผลให้รางวัลจากการขุดบล็อก Bitcoin ลดลง 50% เหลือเพียงแค่ 3.125 BTC เท่านั้น
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้น แต่มันก็ส่งผลให้นักขุดต้องเผชิญกับผลกระทบที่ส่งผลให้การสร้างรายได้ลดลงเช่นเดียวกัน และทำให้พวกเขาจำเป็นที่จะต้องขายเหรียญของตัวเองให้มากขึ้นเพื่อทำกำไร
โดยรายงานจาก Glassnode พบว่า นักขุดส่วนใหญ่ได้ลดการถือครองเหรียญลด จาก 1.827 ล้าน BTC เหลือเพียง 1.819 ล้าน BTC

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant อย่าง Timo Oinonen ก็ได้คาดการณ์ว่า บริษัท MicroStrategy ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก มีแนวโน้มที่จะซื้อเหรียญเพิ่มขึ้นก่อนเหตุการณ์ Halving จะมาถึง
ที่มา: CoinTelegraph
