bitkub-banner

รัฐบาลฝรั่งเศสล่ม! นายกฯ พ่ายโหวตไม่ไว้วางใจ-ประเทศเข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

การเมืองฝรั่งเศสเข้าสู่ภาวะสุญญากาศอีกครั้ง หลังจากที่ประชุมรัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ฟรองซัวส์ ไบรู (François Bayrou) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ต้องล่มลงกลางสภา และผลักให้ประเทศเข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

เดิมพันที่ผิดพลาดและแผนรัดเข็มขัดเจ้าปัญหา

จุดแตกหักครั้งนี้เกิดจากการที่นายกฯ ไบรู ตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยการเรียกให้มีการลงมติเพื่อผลักดัน “แผนรัดเข็มขัด” มูลค่า 4.4 หมื่นล้านยูโร (5.1 หมื่นล้านดอลลาร์) ที่ประชาชนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ซึ่งรวมถึงมาตรการสุดโหดอย่างการยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน และการระงับการใช้จ่ายของรัฐบาล แต่ผลลัพธ์คือความพ่ายแพ้ยับเยิน โดยมี ส.ส. ถึง 364 คนลงมติคว่ำรัฐบาล เทียบกับเสียงสนับสนุนเพียง 194 เสียง ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 280 เสียงอย่างขาดลอย

เหตุการณ์นี้ทำให้ไบรูต้องพ้นจากตำแหน่งในเวลาเพียง 9 เดือน ซ้ำรอยนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าอย่าง มิเชล บาร์นิเยร์ ที่ถูกโหวตไม่ไว้วางใจไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ข่าวดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกในหมู่นักลงทุนทันที โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสได้พุ่งสูงแซงหน้าพันธบัตรของสเปน, โปรตุเกส และกรีซ ไปแล้ว และยังมีความเสี่ยงที่อันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสจะถูกปรับลดลงในวันศุกร์นี้

“พวกคุณมีอำนาจล้มรัฐบาลได้ แต่ไม่มีอำนาจลบความจริงทิ้งไปได้” ไบรูกล่าวอย่างขมขื่นต่อสภา “ภาระหนี้สินที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ก็จะยิ่งหนักขึ้นไปอีก”

ทางตันทางการเมือง มาครงจะเดินไปทางไหน?

วิกฤตครั้งนี้มีต้นตอมาจากการตัดสินใจของมาครงเองที่ประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เมื่อปี 2024 ซึ่งผลลัพธ์คือพรรคของเขาพ่ายแพ้และทำให้รัฐสภาแตกแยกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ตอนนี้มาครงอยู่ในสถานะที่ “จนตรอก” อย่างแท้จริง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสายกลางของเขาล้มเหลวไปแล้วถึง 3 คน พรรคฝ่ายค้านทั้งขวาจัดและซ้ายจัดต่างส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมที่จะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจทันทีหากมีการแต่งตั้งนายกฯ ในลักษณะเดียวกันอีก แม้ในทางทฤษฎีเขาสามารถแต่งตั้งนายกฯ จากขั้วอื่นได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ขณะที่ มารีน เลอ เปน ผู้นำพรรคขวาจัด ก็เรียกร้องให้ยุบสภาอีกครั้ง ซึ่งผลสำรวจชี้ว่าพรรคของเธอจะชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

จากสภาสู่ท้องถนน ความโกรธแค้นที่พร้อมปะทุ

สถานการณ์ทางการคลังของฝรั่งเศสก็ไม่น่าจะดีขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากพรรคการเมืองต่างๆ มีแนวทางที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ความไว้วางใจของประชาชนต่อชนชั้นทางการเมืองได้พังทลายลง และความโกรธแค้นก็พร้อมที่จะปะทุออกมาบนท้องถนน โดยกลุ่มฝ่ายซ้ายจัดได้เรียกร้องให้มีการประท้วงทั่วประเทศในวันพุธ ภายใต้สโลแกน “Bloquons tout” (“มาบล็อกทุกอย่างกันเถอะ”)

ความไร้เสถียรภาพในฝรั่งเศสเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดทางภูมิรัฐศาสตร์ และเปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่าสำหรับทั้งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ผู้ซึ่งต่างก็ยินดีที่จะได้เห็นความอ่อนแอของยุโรป

ที่มา: cnn