ปัจจุบัน Ethereum ยังคงมีการซื้อขายกันที่ระดับราคา $3,200 หลังจากที่ราคาแกว่งตัวไปมาในกรอบราคา $3,060 – $3,440 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตัวของ Arthur Hayes กลับไม่สั่นคลอนต่อราคาในระยะสั้น และยังเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของ Ethereum
Ethereum จะกลายเป็นเครื่องมือหลักของสถาบันฯ
Hayes กล่าวว่า ผู้คนในตลาดยังคงเข้าใจผิดอย่างมหาศาลและยังไม่รู้สึกตัวว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมมีเป้าหมายที่จะนำ Ethereum เข้ามาใช้งานเป็นพื้นฐาน หลังจากเสียเวลาทดสอบระบบบล็อกเชนมานานหลายปี
บัดนี้ สถาบันต่างๆได้ทราบดีแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถมีบล็อกเชนส่วนตัวได้ และจำเป็นต้องพึ่งพาบล็อกเชนสาธารณะเพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัย และการใช้งานจริง และนั่นรวมไปถึงกระแส Stablecoin boom ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว
Hayes มองว่า Ethereum เป็นเครือข่ายเพียงหนึ่งเดียวที่เพียบพร้อมทั้งด้านความปลอดภัยและสภาพคล่องทำให้มันเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับสถาบัน โดยเขาเชื่อมั่นว่าตลาดและราคาจะเริ่มรู้ตัวในวัฏจักรหน้า ส่วนบริษัทที่คอยเก็บสะสม Ethereum เช่น BitMine จะยิ่งเป็นตัวช่วยเสริมแรงให้กระแสรุนแรงยิ่งขึ้น
สำหรับทาง BitMine ในสัปดาห์นี้พวกเขาได้ทุ่มเงินเพิ่มเติมอีกกว่า $112 ล้าน (33,504 ETH) ทำให้พวกเขามีการถือครอง Ethereum เป็นจำนวนกว่า 3.86 ล้าน ETH เข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นการยิ่งตอกย้ำความคิดเห็นของ Hayes

แม้ตัวของ Hayes จะกล่าวชื่นชม Ethereum แต่เขาก็ทราบดีถึงจุดอ่อนใหญ่ของเครือข่ายเรื่องการการันตีความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันต้องการเป็นอย่างยิ่ง และทาง Ethereum ก็ยังไม่มีมันในขณะนี้ แต่อย่างน้อย Vitalik Buterin ก็ได้มีการวางแผนเอาไว้แล้ว
Hayes มองว่า ช่องโหว่ตรงนี้จะไม่ได้ทำให้ทุกอย่างชะงักหรือช้าลงเพราะบริษัทจะใช้ Layer2 ในการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยแทน ในขณะที่ยังคงใช้ Ethereum ในการยืนยันธุรกรรมเป็นหลัก Hayes ยังเชื่อว่า Ethereum L1 ยังคงเป็น ‘ฐานรากความปลอดภัย ไม่ว่ากิจกรรมจะเกิดขึ้นบนเครือข่ายเลเยอร์ 2 เช่น Arbitrum หรือ Optimism ก็ตาม
SOL vs ETH
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งของ Solana ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Ethereum Killer ตัวของ Hayes ไม่ได้มองว่า SOL จะสามารถแซงหน้าเอาชนะ Ethereum ได้ในระยะยาว แต่ก็ยังให้ Solana เป็นที่สองตามหลังมาติดๆ
เขากล่าวว่า Solana พุ่งทะยานจาก $7 มา $300 ได้เพราะพลังของเหรียญมีม แต่ตอนนี้ Solana จำเป็นที่จะต้องงัดไม้เด็ดใหม่ๆ ออกมาจึงจะสามารถมีสิทธิลุ้นแข่งกับ Ethereum ได้ ไม่อย่างงั้นก็จะถูกทิ้งห่างกลายเป็นบล็อกเชนอ่อนแอเหมือนกับ Monad
50 ETH สู่การเป็นเศรษฐีเงินล้าน
Hayes มองว่าในวัฏจักรหน้าการมี Ethereum จำนวน 50 ETH จะสามารถทำให้คุณมีเงินล้านได้หมายความว่า 1 ETH จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า $20,000 และเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งถัดไป โดยมีสาเหตุมาจากอุปทานบนเว็บเทรดที่ลดลง , การสะสมของบริษัท , การมาถึงของสถาบัน และอื่นๆ
อย่างไรก็ตามในกรณีที่ Ethereum ไปได้ไม่ถึงเป้า Hayes มองว่าอาจเป็นผลมาจากกระแสที่จางหาย หรือการใช้งานที่ลดน้อยลงจากสถาบันและ Stablecoin ซึ่งในจังหวะนั้น Bitcoin จะทำผลงานได้เหนือกว่า
ที่มา : Beincrypto

