จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ส่งผลทำให้ปัจจุบัน ประเทศเวนเนซุเอลาอยู่ในสภาวะ “ไร้ผู้นำอย่างเป็นทางการ” แต่ในตอนนี้ก็เริ่มมีการคาดการณ์กันแล้วว่าใครจะเป็นผู้นำคนถัดไปของเวเนซุเอลา
María Corina Machado หญิงแกร่งผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และหนึ่งใน Bitcoiner คือหนึ่งในสามตัวเต็งในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำชาติแทนที่ “นิโกลัส มาดูโร” ผู้ที่ถูกจับกุมไปโดยสหรัฐฯ
ข้อมูลจากตลาดทำนาย Kalshi เผยให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ Machado จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนถัดไปสูงถึง 26% ตามหลัง Delcy Rodríguez รักษาการประธานาธิบดี และ Edmundo González อดีตผู้ชนะการเลือกตั้งในปี 2025 ที่ถูกขัดขวางการเข้ารับตำแหน่งโดยรัฐบาลของมาดูโร

ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯจะทำการแทรกแซงเวเนซุเอลานจนกว่าจะมีการตั้งผู้นำขึ้นมาใหม่ ซึ่งถ้าหาก Machado ได้ขึ้นมารับตำแหน่งประชาชนชาวเวเนซุเอลาอาจได้รับอิสรภาพทางการเมืองมากขึ้น ร่วมถึงการนำตลาดตลาดเสรีกลับมา และการนำ Bitcoin มาใช้งานแทนที่สกุลเงินท้องถิ่นที่สูญเสียอำนาจการซื้อไปมาก
Machado เคยกล่าวกับ Alex Gladstein หัวหน่าฝ่ายกลยุทธ์ของมูลนิธิ Human Rights เมื่อปี 2024 ว่าเธอนั้นมีความคิดที่จะตั้งคลังทุนสำรอง Bitcoin ระดับชาติและนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาใช้ในการชำระเงิน เพราะ Bitcoin เป็นทางออกท่ามกลางภาวะวิกฤตเงินเฟ้อรุนแรงซึ่งเธอระบุว่า
“Bitcoin ได้วิวัฒนาการมาจากการเป็นเพียงเครื่องมือด้านมนุษยธรรม ไปสู่หนทางสำคัญในการต่อต้านอำนาจรัฐ และเฝ้ารอที่จะได้นำมันมาใช้อย่างเต็มที่ในเวเนซุเอลาใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย”
ปัจจุบันมีประชาการชาวเวเนซุเอลากว่า 8 ล้านคน ได้หลบหนีลี้ภัยออกจากประเทศนับตั้งแต่มาดูโรขึ้นมาดำรงตำแหน่งในปี 2013 และคริปโตก็เป็นหนทางหลักในการส่งเงินช่วยเหลือกลับมายังผู้ที่อยู่ภายในประเทศ
แม้โปรไฟล์ของเธอจะดูสวยหรูดูดี แต่ “ทรัมป์” กลับกล่าวตรงไปตรงมาว่า Machado เป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมก็จริง แต่เธออาจเป็นผู้นำได้อย่างยากลำบากเพราะเธอไม่มีเสียงสนับสนุนหรือเป็นที่เคารพจากคนในประเทศ แต่คอมเมนต์ของทรัมป์ก็ถูกต้านโดยนักวิเคราะห์การเมืองภายในประเทศว่าไม่เป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งคนสำคัญของ Machado อย่างพรรค The United Socialist Party ที่นำโดย Rodríguez รักษาการประธานาธิบดีในปัจจุบัน นั้นมีประวัติยาวนานในเรื่องของการต่อต้านและทำการปิดเหมืองขุด Bitcoin โดยอ้างเรื่องการใช้ไฟเถื่อนและไม่มีใบอนุญาต ทำให้อนาคตของ Bitcoin อาจขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้เป็นผู้นำ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ได้เข้าพูดคุยกับ Rodríguez แล้วเป็นที่เรียบร้อยและได้ส่งสัญญาณการยอมร่วมมือหลังจากก่อนหน้านี้ได้วิจารณ์ปฏิบัติการของทรัมป์ว่า เป็น “การลักพาตัวอย่างผิดกฎหมาย และละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ”
ที่มา : Cointelegraph

