ปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นกับ Monero (XMR) แล้ว เมื่อราคา Monero ได้พุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ที่ระดับ 598 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวม (Market Cap) ทะลุหลัก 10,000 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งเหรียญมา
ความร้อนแรงนี้ ยังดึงดูดความสนใจจาก Peter Brandt นักเทรดระดับตำนานที่คร่ำหวอดในวงการกราฟมากว่า 40 ปี โดย Peter Brandt ได้ออกมาสนับสนุนกระแสนี้พร้อมวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมราคาของ XMR ในตอนนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับกราฟของ “แร่เงิน (Silver)” ในอดีต ช่วงที่ราคาแร่เงินกำลังจะเกิดการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่
ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาจับตามองเหรียญ Privacy Coin ตัวนี้อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 12 มกราคม 2026 ชี้ให้เห็นว่า ราคา XMR พุ่งแรงกว่า 30% ภายในไม่กี่วัน จนมาซื้อขายอยู่เหนือระดับ 585 ดอลลาร์ และดันมูลค่าตลาดไปแตะ 10,700 ล้านดอลลาร์ เรียบร้อยแล้ว

นอกจากราคา XMR จะทะลุแนวต้านสำคัญที่ 515 ดอลลาร์ไปอย่างง่ายดาย วอลุ่มการซื้อขายยังพุ่งสูงกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเดือน
นักวิเคราะห์อย่าง 0xMarioNawfal ถึงกับระบุว่า โครงสร้างราคาในตอนนี้ เป็นขาขึ้นที่รุนแรงมาก ชนิดที่ว่า ทะลุทุกแนวต้านแบบไม่พัก และทุกครั้งที่มีการย่อตัวสั้น ๆ ก็จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาทันที โดยยังไม่มีสัญญาณการเทขายที่น่ากังวลเลย
ในขณะที่ Peter Brandt ก็ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ในวันนี้ โดยนำกราฟรายเดือนของ Monero (XMR) มาเปรียบเทียบกับกราฟรายไตรมาสของแร่เงิน (Silver) ในอดีต พร้อมระบุว่า
“ไงพวกนักเทรดทั้งหลาย ถ้าเรื่องแค่นี้คุณยังดูไม่ออกว่า ผมกำลังจะบอกอะไร ผมก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะมาช่วยไกด์แนวคิดให้คุณแล้วล่ะ”
ซึ่งจากกราฟ ก็พบความเหมือนที่น่าทึ่งคือ ทั้งสองสินทรัพย์ต่างเคยทำจุดสูงสุดไว้ 2 ครั้ง (Double Top) ก่อนจะถูกกดทับด้วยเส้นแนวต้านระยะยาวมาอย่างยาวนาน
โดยในกรณีของแร่เงินนั้น เมื่อราคาแร่เงิน สามารถทะลุเส้นกดทับดังกล่าวได้สำเร็จ มันได้สร้างแท่งเทียนสีเขียวยักษ์ หรือที่เรียกว่า แท่งเทียนเทพเจ้า (God Candle) ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงแบบไม่หยุดพัก
Peter Brandt ชี้ให้เห็นว่า ราคา XMR ในตอนนี้ กำลังอยู่ในโครงสร้างราคาเดียวกันกับแร่เงินเป๊ะ
หาก XMR สามารถรักษาโมเมนตัม จนผ่านด่านแนวต้านสุดท้ายนี้ไปได้ เราอาจได้เห็น XMR เกิดปรากฏการณ์แท่งเทียนเทพเจ้า ที่ดันราคา XMR ให้พุ่งไปไกลกว่าที่ใครจะคาดคิด
แม้ว่าราคา Monero (XMR) จะพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) ไปแล้ว แต่เมื่อกางสถิติ XMR Dominance หรือสัดส่วนมูลค่าตลาดของ Monero เทียบกับคริปโตทั้งโลก พบว่า ตัวเลขนี้เพิ่งจะแตะระดับสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2023 เท่านั้น

ราคา XMR และสัดส่วนการครองตลาดของ XMR แหล่งที่มา: TradingView
สิ่งนี้ส่งสัญญาณที่น่าตื่นเต้นว่า “เงินยังไหลเข้า XMR ไม่เต็มสูบ” เพราะในขณะที่ราคาพุ่งทำลายสถิติเดิมไปแล้ว แต่ส่วนแบ่งการตลาดของมันยังไม่ได้พุ่งสูงตามไปในสัดส่วนที่เท่ากัน นั่นหมายความว่า ยังมีช่องว่างอีกมหาศาล ที่เงินจากเหรียญ Altcoins อื่น ๆ จะหมุนเวียนเข้ามาสะสมใน Monero เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งอาจจะผลักดันให้ทั้งราคา และส่วนแบ่งการตลาดพุ่งทะยานไปได้ไกลกว่าจุดนี้อีกมาก
ซึ่งสถานการณ์ในปี 2026 กำลังกลายเป็น “ลมใต้ปีก” ที่ผลักดันให้ Monero (XMR) ทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
รายงานจาก BeInCrypto และ TRM Labs ระบุว่า ความต้องการด้านความเป็นส่วนตัวพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากระบบการเงินแบบเดิม เริ่มถูก “สอดส่องและแช่แข็ง” ได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ กรณีที่ Tether สั่งอายัดเงิน USDT กว่า 182 ล้านดอลลาร์บนเครือข่าย Tron หลังพบความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินของกองกำลัง IRGC ในอิหร่าน ซึ่งมีการใช้คริปโตสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร
เมื่อ Stablecoin ยอดนิยมถูกควบคุมได้เบ็ดเสร็จ เงินมหาศาลจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ “ตามรอยไม่ได้” และนั่นคือจุดที่ Monero กลายเป็นคำตอบเดียวของโลกในนาทีนี้
ที่มา : beincrypto

