ดูเหมือนว่ายุคสมัยของกองทุน Bitcoin ETFs จะเฟื่องฟูขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่ามีเงินของนักลงทุนสายถือยาวเข้าหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น ไม่ได้มีเพียงแต่นักลงทุนที่หวังเก็งกำไรเร็วๆ เหมือนในอดีต
นักวิเคราะห์ระบุว่า จำนวนมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน Bitcoin ETFs รวมกันนั้นมีมากถึง $1.2 แสนล้านดอลลาร์ และพฤติกรรมของผู้ถือ ETF ดังกล่าวได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยสิ่งนี้กำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปสงค์และอุปทานของ Bitcoin รวมถึงราคาในอนาคต
อ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิจัย SoSoValue จะเห็นได้ว่าในวันที่ 14 มกราคม กองทุน Bitcoin ETFs มีมูลค่าสุทธิที่ $1.23 แสนล้าน โดยมีเงินไหลเข้ามามากกว่า $753 ล้านซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบสามเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ 7 ต.ค. 2025

Eric Balchunas นักวิเคราะห์จาก Bloomberg เสริมว่า เป็นที่น่าประหลาดใจมากที่นักลงทุนกลุ่ม Baby Boomers มีการซื้อ Bitcoin ETF มากขึ้นในพอร์ต ซึ่งประเด็นสำคัญเลยคือนักลงทุนกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มที่เข้ามาแบบเล่นๆ เดี๋ยวก็ออกจากตลาด
ในทางกลับกันนักลงทุนกลุ่มนี้เป็นนักลงทุนที่มีความเฉลียวฉลาดและมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก ซึ่ง Balchunas คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดี เพราะหากคิดจะถือ Bitcoin จริง อย่างน้อยคุณก็ควรจะทุ่มแรงและเวลาให้มากกว่า 4 ปีเป็นอย่างต่ำ
ขณะเดียวกันความเชื่อที่ว่ากองทุน Bitcoin ETF มักมีเงินไหลเข้ามาจากนักลงทุนระยะสั้นที่เกาะกระแสได้เริ่มสั่นคลอน แสดงให้เห็นว่ากองทุนดังกล่าวนั้นมีความต้องการเกิดขึ้นจริง และมอง Bitcoin เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ใกล้เคียงกับ โลหะมีค่า เช่น ทองคำและเงิน มากกว่าหุ้นเทคฯ
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Bitwise และ VettaFi เป็นข้อมูลอีกแหล่งที่ยืนยันการเปลี่ยนแปลงของ ETF โดย Matt Hougan ผู้เป็น CIO ของ Bitwise กล่าวว่า 99% ของที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งมีการแบ่งพอร์ตลงทุนในคริปโต มีแผนที่จะเข้าซื้อเพิ่มเติมอีกในปี 2026
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความต้องการจริงเกิดขึ้นแล้วในตลาด ETF แต่ราคาของ Bitcoin กลับยังไม่สามารถพุ่งทะยานขึ้นไปเหนือสถิติเดิม แต่ Hougan กลับมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะขาขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา
นับตั้งแต่ Spot Bitcoin ETFs เปิดตัวในสหรัฐฯ กระแสเงินทุนจากสถาบันก็ไหลเข้าไม่หยุด จนตอนนี้แรงซื้อพุ่งสูงกว่าจำนวน Bitcoin ที่ขุดได้ใหม่เกินกว่า 100% ไปแล้ว แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมราคาถึงยังไม่พุ่งทะยานอย่างที่ควรจะเป็น
Matt Hougan จาก Bitwise ได้หยิบกรณีของ “ทองคำ” มาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่า กว่าทองคำจะพุ่งแรงถึง 65% ในปี 2025 ที่ผ่านมา มันเคยผ่านช่วงเวลาที่ค่อยๆ ไต่ระดับความร้อนแรงจากปี 2022 ที่เติบโตเพียง 2% แล้วขยับเป็น 13% และ 27% ตามลำดับ
เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็เพราะในช่วงแรก “แรงซื้อ” ยังถูกหักล้างด้วย “แรงขาย” จากนักลงทุนกลุ่มเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ของที่คนอยากขายเริ่มหมดมือ ในขณะที่แรงซื้อสถาบันยังไหลมาต่อเนื่อง ผลลัพธ์คือราคาจะ “ระเบิดพลัง” พุ่งกระฉูดรวดเดียวแบบไม่ทันตั้งตัว
ดังนั้น ใครที่ถือ Bitcoin อยู่ตอนนี้ Hougan มองว่าเรากำลังอยู่ในช่วง “สะสมพลัง” และถ้าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยทองคำจริง การพุ่งขึ้นรอบถัดไปอาจรุนแรงจนตั้งตัวไม่ทัน
ที่มา : Beincrypto

