<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ด่วน! Coinbase ถอนการสนับสนุนร่างกฎหมายคริปโตฯ สหรัฐฯ หลังพบ “ไส้ใน” จ้องฆ่าตัดตอนรายได้ Stablecoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase กระดานเทรดคริปโตฯ เบอร์ 1 ของสหรัฐฯ ประกาศถอนการสนับสนุนร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Market Structure Bill) หรือที่รู้จักในชื่อ CLARITY Act อย่างกะทันหัน โดยให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายฉบับปัจจุบันมี “ข้อบกพร่องร้ายแรง” หลายประการที่อาจส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมมากกว่าผลดี พร้อมระบุว่ายอมไม่มีกฎหมายเลยยังดีกว่าต้องทนใช้กฎหมายแย่ๆ แบบนี้

3 ปมปัญหาที่ทำให้ Coinbase รับไม่ได้

Armstrong ระบุผ่าน X (Twitter) ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้แย่กว่าสถานะปัจจุบันอย่างมาก โดยมีจุดตายสำคัญ 3 ประการ

  1. การแบน Stablecoin Rewards ร่างกฎหมายพยายามปิดช่องโหว่เพื่อห้ามแพลตฟอร์ม (อย่าง Coinbase) จ่ายผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยให้กับผู้ถือ Stablecoin ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทและเป็นสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์กลัวว่าจะมาแย่งเงินฝาก
  2. DeFacto Ban บน Tokenized Equities มีข้อกำหนดที่เสมือนเป็นการแบนหุ้นที่แปลงสภาพเป็นโทเคนโดยพฤตินัย
  3. กฎระเบียบ DeFi ที่เข้มงวดเกินไป การพยายามนำกฎเกณฑ์ของโลกการเงินเก่ามาครอบใส่ Decentralized Finance (DeFi) จนอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินงานได้จริง

สงครามตัวแทน แบงก์ vs คริปโตฯ

ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นสงครามผลประโยชน์เต็มรูปแบบ ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมคริปโตฯ กับกลุ่มธนาคารดั้งเดิม โดย สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) ได้ยื่นรายชื่อธนาคารกว่า 3,200 แห่ง กดดันให้วุฒิสภา “ปิดช่องโหว่” ห้ามไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโตฯ จ่ายดอกเบี้ยแข่งกับธนาคาร โดยอ้างว่า Stablecoin ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่เก็บมูลค่า และการดึงเงินออกจากระบบธนาคารจะทำลายระบบสินเชื่อชุมชน ในขณะที่ Coinbase มองว่านี่คือการกีดกันทางการค้าเพื่อปกป้องเจ้าตลาดเดิมที่ไม่ยอมปรับตัว

เสียงแตก! Ripple หนุน แต่ Coinbase ถอย

ในขณะที่ Coinbase ถอยออกมาตั้งหลัก Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple กลับออกมาโพสต์สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรม และเชื่อว่า “ความชัดเจนย่อมดีกว่าความโกลาหล” ส่วนกลุ่มล็อบบี้อย่าง Digital Chamber ยังคงเลือกที่จะเจรจาต่อเพื่อแก้ไขในรายละเอียด สถานการณ์นี้ทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายในวันพฤหัสบดีนี้ (15 ม.ค.) กลายเป็นจุดเดือดที่ต้องจับตา เพราะหากขาดการสนับสนุนจาก Coinbase โอกาสที่กฎหมายจะผ่านสภาอาจริบหรี่ลงทันที

ที่มา: coindesk