(20 ม.ค. 2026) – วงการคริปโทเคอร์เรนซีได้บทเรียนเรื่องจิตวิทยาการลงทุนครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ Lookonchainแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ได้เปิดเผยความเคลื่อนไหวของ “เจ้ามือ” (นักลงทุนรายใหญ่) เจ้าของกระเป๋าเงินรหัส 0x3c9E ที่สร้างตำนานการเทรดแบบ “เม่า” ในร่างยักษ์ โดยล่าสุดเจ้ามือรายนี้ได้ทำการ Panic Sell หรือเทขายด้วยความตื่นตระหนก เท Ethereum (ETH) ออกมาถึง 4,000 ETH (มูลค่าประมาณ 12.44 ล้านดอลลาร์) ที่ราคา 3,110 ดอลลาร์ทันทีที่ตลาดเริ่มย่อตัวลง
สิ่งที่น่าเจ็บใจแทนคือ ข้อมูลบนเชนระบุว่า เจ้ามือรายนี้เพิ่งจะไล่เก็บสะสม ETH มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม โดยมียอดซื้อรวมกว่า 12,200 ETH (มูลค่า 39.44 ล้านดอลลาร์) ด้วยต้นทุนเฉลี่ยที่สูงถึง 3,233 ดอลลาร์ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เขาเพิ่งจะกดซื้อเพิ่มไปเมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจเทขายขาดทุนในเวลาต่อมา ซึ่งพฤติกรรมนี้สะท้อนคำนิยามของคำว่า “Buy High, Sell Low” (ซื้อแพง ขายถูก) ได้อย่างชัดเจนที่สุด
ประวัติการเทรดของเจ้ามือรายนี้ไม่ได้เพิ่งจะผิดพลาดเป็นครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 เคยมีการวิเคราะห์ประวัติการเทรดของกระเป๋านี้พบว่า เขาชอบไล่ราคาซื้อตอนยอดดอย (เช่นที่ 4,529 ดอลลาร์) และขายทิ้งตอนราคาดิ่ง (เช่นที่ 3,548 ดอลลาร์) มาโดยตลอด ซึ่งจากการคำนวณพบว่าการเทรดที่ผิดจังหวะซ้ำซากนี้ ทำให้เขาสูญเสียเงินไปแล้วรวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์ จากการโอนออกไปยังเว็บเทรดอย่าง Kraken และ Binance เพื่อตัดขาดทุน
กรณีศึกษาของเจ้ามือ 0x3c9E กลายเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับนักลงทุนรายย่อยว่า “ขนาดพอร์ต” ไม่ได้การันตี “ความนิ่ง” ทางอารมณ์ แม้จะมีเงินทุนมหาศาล แต่หากขาดวินัยและพ่ายแพ้ต่อความผันผวนของตลาด ก็สามารถขาดทุนยับเยินได้เช่นกัน คอมเมนต์จากชุมชนคริปโทฯ ต่างพากันวิเคราะห์ว่า นี่คือตัวอย่างของแรงกดดันทางจิตวิทยา (Trading Psychology) ที่ทำให้คนยอมขายขาดทุนเพียงเพราะกลัวราคาร่วงต่อ ทั้งที่แนวโน้มภาพรวมของ ETH อาจจะยังเป็นขาขึ้นก็ตาม
ดังนั้น การติดตามข้อมูล On-chain จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่ว่าเห็นเจ้ามือขยับแล้วจะต้องทำตามเสมอไป เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้ามือรายนั้นคือนักลงทุนผู้ชาญฉลาด (Smart Money) หรือเป็นเพียงเศรษฐีที่กำลังตื่นตระหนก (Panic Seller) อย่างในกรณีนี้ การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนของตนเองจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในสนามรบทางการเงินนี้
ที่มา: @lookonchain

