ปี 2026 ถือเป็นปีที่ “ระเบียบการเงินโลก” กำลังเปลี่ยนไปแบบที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน เพราะเรากำลังเริ่มกระแส Dedollarization หรือการพยายามลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้บรรดาธนาคารกลางทั่วโลกหันกลับมาหา “ของตาย” อย่างทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นใหม่อย่าง Bitcoin เพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง
ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพากทุกท่านมาดูกันว่าใครเป็นมหาอำนาจผู้ถือครอง สินทรัพย์ Safe Haven ไว้มากที่สุด ทั้งทองคำ และ Bitcoin ที่กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ใหม่ของหลายประเทศ
ใครเก็บทองคำสำรองมากที่สุดในโลก?
ทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ถูกใช้กันมาอย่างยาวนานหลายพันปี ประเทศใดก็ตามที่ครอบครองโลหะชนิดนี้จำนวนมากมักจะถูกยกให้เป็นมหาอำนาจของโลก ซึ่งในปัจจุบันจะประกอบไปด้วย 10 ประเทศดังนี้
| อันดับ/ประเทศ | ปริมาณถือครอง | สัดส่วนของโลก |
| 1.สหรัฐอเมริกา | 8133 เมตริกตัน | ~22.6% |
| 2.เยอรมนี | 3350 เมตริกตัน | ~9.3% |
| 3.อิตาลี | 2452 เมตริกตัน | ~6.8% |
| 4.ฝรั่งเศส | 2437 เมตริกตัน | ~6.8% |
| 5.รัสเซีย | 2330 เมตริกตัน | ~6.5% |
| 6.จีน | 2304 เมตริกตัน | ~6.4% |
| 7.สวิตเซอร์แลนด์ | 1040 เมตริกตัน | ~2.9% |
| 8.อินเดีย | 880 เมตริกตัน | ~2.4% |
| 9.ญี่ปุ่น | 846 เมตริกตัน | ~2.4% |
| 10.ตุรเคีย | 641 เมตริกตัน | ~1.8% |
อย่างไรก็ตามข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลล่าสุดของช่วงปลายปี 2025 ซึ่งในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงของลำดับขั้น ยกตัวอย่างเช่นโปแลนด์ที่อาจก้าวขึ้นมาอยู่ใน 10 ลำดับแรกหลังธนาคารกลางอนุมัติให้สามารถซื้อทองคำเพิ่มได้
ใครเก็บ Bitcoin สำรองมากที่สุดในโลก?
สำหรับ Bitcoin ที่ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นทองคำดิจิทัล คือสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่คาดกันว่าจะกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต และด้วยความที่อุปทานสูงสุดมีจำกัดจึงทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนักจนเริ่มเกิดการแก่งแย่งชิงความได้เปรียบในปัจจุบัน
ทั้งนี้ การถือครอง Bitcoin จะมีความพิเศษกว่าทองคำเพราะไม่จำเป็นที่จะต้องมีแหล่งที่มาจากการเข้าซื้อ นั่นจึงทำให้ประเทศที่ไม่ได้มีทุนทรัพย์มากเท่ามหาอำนาจสามารถแข่งขันได้ผ่านทางเลือกอื่นๆ เช่นการขุด และนี่คือ 10 ประเทศที่มีการถือ Bitcoin มากที่สุด
| อันดับ/ประเทศ | ปริมาณถือครอง | สัดส่วนอุปทาน | ตั้งทุนสำรองไหม |
| 1.สหรัฐอเมริกา | 328,372 BTC | 1.564% | จัดตั้งแล้ว |
| 2.จีน | 190,000 BTC | 0.905% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 3. สหราชอาณาจักร | 61,125 BTC | 0.292% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 4.ยูเครน | 46,351 BTC | 0.221% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 5.เอล ซัลวาดอร์ | 7,538 BTC | 0.036% | จัดตั้งแล้ว |
| 6.UAE | 6,240 BTC | 0.031% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 7.ภูฏาน | 5,985 BTC | 0.028% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 8. เกาหลีเหนือ | 803 BTC | 0.004% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 9. เวเนซุเอลา | 240 BTC | 0.001% | ยังไม่จัดตั้ง |
| 10. ฟินแลนด์ | 90 BTC | 0.00% | ยังไม่จัดตั้ง |
จากข้อมูลด้านบนจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันตัวตนขอรัฐบาลได้มีการถือครองอุปทาน Bitcoin แล้วกว่า 3% แต่ปัจจุบันยังคงมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่มีการจัดตั้งทุนสำรองอย่างจริงจัง ในขณะที่ประเทศที่เปิดรับคริปโตอย่าง UAE และ ภูฏาน ยังไม่ได้มีข้อสรุปแน่ชัดทำให้เทรนด์ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม Bitcoin ไม่เหมือนกับทองคำที่จะเป็นต้องถูกเก็บสำรองโดยหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าหากรวมบริษัทเอกชนแล้วจะทำให้ข้อมูลด้านบนผิดเพี้ยนไปโดยทันที เพราะแค่อันดับที่ 1 อย่าง Strategy บริษัทเดียวยังมีการเก็บสะสม Bitcoin ไปแล้วกว่า 709,715 BTC และนั่นยังไม่รวมถึงกองทุนขนาดใหญ่อย่าง BlackRock’s IBIT
โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือ Bitcoin สหรัฐฯก็ยังคงเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถถูกโค่นลงได้ง่ายๆ แต่โลกในอนาคตจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนถัดจากนี้ก็ไม่มีใครทราบได้
