Grayscale กำลังเดินตามรอย VanEck ขยายพอร์ตกองทุน ETF ให้ไกลกว่าแค่ Bitcoin และ Ethereum โดยล่าสุดได้ยื่นเอกสารแบบฟอร์ม S-1 ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เพื่อขอจัดตั้งกองทุน Spot ETF สำหรับ BNB และ NEAR Protocol
เดิมพันครั้งใหญ่กับ BNB ท้าชน VanEck
สำหรับดีลของ BNB นั้น Grayscale ไม่ได้เดินเกมนี้เพียงลำพัง แต่เป็นการกระโดดเข้ามาท้าชนกับคู่แข่งอย่าง VanEck ที่เคยยื่นขอจัดตั้งกองทุน BNB ETF ไปก่อนหน้านี้
การยื่นขอครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะหากได้รับอนุมัติ จะทำให้นักลงทุนสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงเหรียญ BNB ซึ่งเป็นเหรียญหลักของระบบนิเวศ Binance ได้ผ่านบัญชีหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม ภายใต้การกำกับดูแลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ดัน NEAR Trust แปลงร่างเป็น Spot ETF
ในฝั่งของ NEAR Protocol ทาง Grayscale ใช้กลยุทธ์ที่คุ้นเคย คือการยื่นเรื่องขอแปลงสภาพกองทุน Grayscale Near Trust ที่มีอยู่เดิม ให้กลายเป็น Spot NEAR ETF
ทันทีที่มีข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ราคาของเหรียญ NEAR ก็ตอบรับในแดนบวกทันที โดยดีดตัวขึ้นกว่า 3% สวนทางกับตลาดคริปโตโดยรวมที่กำลังพักตัว แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของนักลงทุนที่มีต่อเม็ดเงินสถาบัน
สถาบันเริ่มมองหา “ของแปลก”
การขยับตัวของ Grayscale ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นเทรนด์ที่ชัดเจนว่า ผู้จัดการกองทุนระดับโลกกำลังมองหาโอกาสในการกระจายความเสี่ยงออกจาก Bitcoin และ Ethereum ไปสู่เหรียญ Altcoins ที่มีศักยภาพสูง
แม้ว่าตลาด ETF ของ Altcoins จะยังเป็นเรื่องใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือการขยับ “Curve ความเสี่ยง” ของนักลงทุนสถาบัน ที่เริ่มกล้าจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงขึ้น แลกกับโอกาสทำกำไรจากเทคโนโลยีใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การเป็นสินทรัพย์ระดับสถาบันครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะยังมีขวากหนามสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อกังขาเรื่อง สภาพคล่องว่าตลาดของเหรียญเหล่านี้จะแกร่งพอที่จะรองรับแรงซื้อขายมหาศาลจาก ETF หรือไม่
ผนวกกับ ความเสี่ยงกระจุกตัว ที่น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะ BNB ซึ่งยังคงมีภาพลักษณ์ผูกติดกับกระดานเทรด Binance และด่านหินที่สุดคือ มุมมองของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่อาจยังตั้งแง่ว่า Altcoins เหล่านี้เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่ทำให้ฝันของนักลงทุนต้องสะดุดลงได้ทุกเมื่อ
ที่มา : dailycoin

