Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Ethereum ได้ออกโรงเตือนเครือข่าย Layer 2 ให้ทบทวนกลยุทธ์ของตนเองถัดจากนี้ หลังฐานผู้ใช้งาน L2 ได้ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจาก 58.4 ล้านคน เหลือเพียง 30 ล้านคน ทั้งๆที่เครือข่ายหลักกลับมีจำนวนกระเป๋าเงินเพิ่มขึ้นสองเท่า
ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตกใจนี้มีสาเหตุมาจากการที่เครือข่ายหลักของ Ethereum กลับมาแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ โดยค่าธรรมเนียมธุรกรรมได้อยู่ในจุดต่ำสุดจากที่เคยมีบันทึก และเพดาน Gas limits กำลังจะถูกปรับเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ ส่งผลทำให้เครือข่ายหลักสามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้ด้วยตนเอง
เดิมที Layer2 เปรียบเสมือนกิ่งก้านสาขาที่ช่วยทำให้ Ethereum สามารถขยับขยายได้มากขึ้นจากที่เคยถูกจำกัดเอาไว้ แต่ตอนนี้มันกำลังสูญเสียหน้าที่หลักไป มิหนำซ้ำโปรเจกต์หลายตัวกำลังประสบปัญหาด้านการสร้างความปลอดภัยระดับสูง และไม่สามารถไต่ขึ้นไปถึง Stage 2 rollup (บริหารจัดการด้วย Code 100% โดยปราศจากความช่วยเหลือหรือแทรกแซงจากมนุษย์) ได้
ด้วยเหตุนี้ Layer 2 จึงกำลังจะสูญเสียคุณค่าในตัวของมันเอง โดย Buterin มองว่าวิสัยทัศน์ตั้งต้นของ L2 กำลังเก่าล้าสมัย โดยในช่วงเวลาเพียงครึ่งปีจาก 2025 ถึงปัจจุบันยอดผู้ใช้ Layer 2 ได้ลดลงมากว่าครึ่งหนึ่ง ในขณะที่เครือข่ายหลักมีกระเป๋าเงินเพิ่มขึ้น 41.4% จาก 7 ล้าน เป็น 15 ล้าน ในระยะเวลาเดียวกัน
Buterin ยังเผยอีกว่านัก Layer 2 บางเจ้าเคยออกมายอมรับว่า พวกเขาไม่เคยคิดจะพาโปรเจกต์ไปให้ถึง stage 2 rollup แต่กลับไปให้ความสำคัญกับความต้องการด้านกฎระเบียบที่บีบบังคับให้ต้องมีการควบคุมเครือข่ายอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งแนวทางนี้สวนทางกับอุดมการณ์หลักของ Ethereum ที่ไม่ต้องอาศัยความไว้วางใจในตัวกลาง
แนวทางของ Layer 2 ในสายตา Vitalik Buterin
Buterin เคยกล่าวไว้ว่าเครือข่าย Layer 2 ควรมุ่งเน้นไปยังการสร้างคุณค่าใหม่มากกว่าการปรับขนาด โดยเขายกตัวอย่างบางไอเดียที่อาจมีศักยภาพสูง เช่น การใช้งานแบบเจาะจง, Virtual Machines ที่เน้นความปลอดภัย หรือ การฉีกกรอบออกไปจากเรื่องการเงิน เช่น เครือข่ายโซเชียลและระบบยืนยันตัวตน
สำหรับตัวของ Buterin เขามีมาตรฐานที่สูงมากและต้องการให้ Layer 2 สามารถพัฒนาจนมีระบบความปลอดภัยอย่างน้อยขั้นที่ 1 (ระบบที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบความถูกต้องแทนมนุษย์มากขึ้นแต่ไม่ 100%)
หากแพลตฟอร์มได้ไม่สามารถพัฒนาได้ตามที่เขาคาดหวัง เครือข่ายเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเพียงแค่บล็อกเชนโดดเดี่ยวที่ทำเพียงแค่ทิ้งสะพานไว้ให้ข้ามไปมา และสูญเสียความเป็นกิ่งก้านของ Ethereum
ความเห็นของ Buterin ถูกยืนยันจากข้อมูลที่ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกแล้ว เพราะพวกเขาเลือกที่จะใช้เมนเนตที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าที่จะเลือกใช้ Layer 2 ถ้าสามารถทำได้ ดังนั้นประโยชน์ของ L2 ในขณะนี้จึงมีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าเท่านั้นซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืนหากโปรเจกต์ยังอยากจะมีพื้นที่อยู่ในอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน เครือข่าย Layer 2 ประสบปัญหาอย่างหนักในด้านของราคาเช่นเดียวกัน โดยในขณะนี้มูลค่าตลาดของ L2 ลดลงมาเหลือเพียง $7.95 พันล้าน เท่านั้น ขนาดโปรเจกต์หัวแถวอย่าง Arbitrum (ARB) ยังมีมูลค่าร่วงลงมามากว่า 37% ในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ทำให้ทีมพัฒนา L2 อาจต้องเร่งหาทางออก และปูพื้นฐานใหม่ให้หนักแน่นกว่าเดิม
ที่มา : Beincrypto

