สรุปข่าว
- Michael Saylor ซีอีโอ MicroStrategy ประกาศชัดเจนว่าแม้ Bitcoin จะร่วง 90% ติดต่อกัน 4 ปี บริษัทจะไม่ขาย แต่จะรีไฟแนนซ์หนี้แล้วซื้อ Bitcoin ต่อทุกไตรมาสตลอดไป
- MicroStrategy ถือครอง Bitcoin มหาศาล 714,644 BTC มูลค่าประมาณ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมหนี้สินรวมกว่า 8 พันล้านดอลลาร์ แต่มีเงินสดสำรองพอจ่ายดอกเบี้ยและปันผลได้ 2.5 ปี
- หุ้น MSTR ร่วงกว่า 49% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังให้คำแนะนำ Strong Buy โดยตั้งเป้าราคาเฉลี่ยที่ 450 ดอลลาร์ คิดเป็นการเติบโต 233% จากราคาปัจจุบัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การที่ Michael Saylor ออกมายืนยันจุดยืนอย่างแข็งแกร่งว่าจะไม่ขาย Bitcoin แม้ราคาจะร่วงหนัก เป็นสัญญาณบวกต่อตลาด Bitcoin ในระยะยาว เพราะหมายความว่าจะไม่มี Supply ขนาดใหญ่ 714,644 BTC ออกมาขายในตลาดแม้ราคาจะร่วงต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากหนี้สิน 8 พันล้านดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะถ้า Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์และอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน อาจทำให้ MicroStrategy มีปัญหาในการรีไฟแนนซ์หนี้ ซึ่งอาจกดดันให้ต้องขายบางส่วน นอกจากนี้ หุ้น MSTR ที่ร่วงหนักกว่า 49% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แสดงว่านักลงทุนเริ่มกังวลกับโมเดลธุรกิจที่อาศัยหนี้สินและ Bitcoin เป็นหลัก โดยรวมแล้วเป็น Neutral เพราะมีทั้งปัจจัยบวกและลบที่สำคัญ
ท่ามกลางความผันผวนของตลาด Bitcoin ที่ร่วงหนักจากจุดสูงสุด 126,000 ดอลลาร์มาต่ำสุดที่บริเวณ 60,000 ดอลลาร์ Michael Saylor ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง MicroStrategy หรือชื่อใหม่ Strategy Inc. ออกมาประกาศชัดเจนผ่านรายการ Squawk Box ทาง CNBC เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ตามรายงานจาก CNBC ว่าเขาไม่กังวลต่อความเสี่ยงเรื่องหนี้สินของบริษัทแม้แต่น้อย
โดยระบุว่าแม้ Bitcoin จะร่วงลง 90% และอยู่ในระดับต่ำติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี บริษัทก็จะแค่รีไฟแนนซ์หนี้สินแล้วเดินหน้าต่อไป เพราะเขามั่นใจว่าความผันผวนของ Bitcoin คือสิ่งที่ยืนยันมูลค่าในตัวมันเอง
ความมั่นใจของ Saylor นั้นมาจากความเชื่อว่าธนาคารจะยังคงปล่อยกู้ให้บริษัทต่อไป เพราะ Bitcoin ยังคงมีมูลค่าแม้จะร่วงลง และความผันผวนนั้นเองที่สร้างสภาพคล่องและความต้องการในสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่
ไม่ขายแม้เหรียญเดียว ซื้อต่อทุกไตรมาสตลอดไป
สิ่งที่ทำให้ตลาดตกใจมากกว่าคือ Saylor ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า MicroStrategy จะไม่มีวันขาย Bitcoin ออกแม้แต่เหรียญเดียว แต่จะเดินหน้าซื้อเพิ่มทุกไตรมาสตลอดไป
เมื่อผู้ดำเนินรายการ Andrew Ross Sorkin ถามว่าจะทำอย่างไรถ้า Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงและอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลาหลายปี Saylor ตอบว่า บริษัทจะรีไฟแนนซ์หนี้แทนที่จะขาย Bitcoin และเขาเชื่อว่าธนาคารจะยังคงให้กู้ต่อไปเพราะ Bitcoin ยังคงมีมูลค่าแม้จะอยู่ในช่วงขาลง
Saylor อธิบายว่าหุ้นของบริษัทถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหวตามราคา Bitcoin แบบขยาย คือเมื่อ Bitcoin ขึ้น หุ้น MSTR จะขึ้นเร็วกว่า และเมื่อ Bitcoin ลง หุ้น MSTR ก็จะลงแรงกว่า ความผันผวนนี้เองที่สร้างสภาพคล่องและความต้องการในสินเชื่อดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ออกจากการถือครอง Bitcoin
พอร์ต Bitcoin มหาศาลกว่า 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์
ปัจจุบัน MicroStrategy ถือครอง Bitcoin อยู่มหาศาล 714,644 BTC มูลค่าประมาณ 49 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก โดยซื้อมาในราคาเฉลี่ย 76,052 ดอลลาร์ต่อเหรียญ รวมมูลค่าต้นทุนประมาณ 54.26 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำสุดที่ 60,000 ดอลลาร์ หมายความว่าพอร์ต Bitcoin ของ MicroStrategy กำลังขาดทุนประมาณ 21% หรือประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ Saylor ก็ยังไม่หวั่นไหว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีหนี้สินรวมมากกว่า 8.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออก Convertible Notes เพื่อเอาเงินไปซื้อ Bitcoin แต่ Saylor ระบุว่าบริษัทมีเงินสดสำรองพอที่จะจ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผลได้ประมาณ 2.5 ปี และที่สำคัญคือ หนี้ที่ครบกำหนดชำระอันดับแรกยังไม่ถึงจนกระทั่งไตรมาส 3 ปี 2027
หุ้น MSTR ร่วงหนัก 49% ใน 3 เดือน
แม้ Saylor จะมั่นใจ แต่ตลาดหุ้นกลับไม่คิดเช่นนั้น หุ้น MSTR ร่วงลงกว่า 49% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และร่วงกว่า 64% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าตลาดหายไปเกือบ 90 พันล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์บางคนลดเป้าราคาลง 40% โดยระบุว่าความเสี่ยงจากโมเดลธุรกิจที่อาศัยหนี้สินและ Bitcoin เป็นหลักนั้นสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าราคาต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงให้คำแนะนำ Strong Buy โดยจาก 16 นักวิเคราะห์ มี 13 คนแนะนำ Strong Buy, 1 คนแนะนำ Moderate Buy และ 2 คนแนะนำ Hold โดยตั้งเป้าราคาเฉลี่ยที่ 450 ดอลลาร์ ซึ่งหมายถึงการเติบโต 233% จากราคาปัจจุบันที่ประมาณ 135 ดอลลาร์
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
แม้ Saylor จะมั่นใจ แต่ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่หลายประการ
ถ้า Bitcoin ร่วงลงอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน บริษัทอาจมีปัญหาในการรีไฟแนนซ์หนี้ เพราะธนาคารอาจไม่ยอมให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกต่อไป หรืออาจต้องการอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมาก ซึ่งจะกดดันกระแสเงินสดของบริษัท
นอกจากนี้ ถ้าราคาหุ้น MSTR ร่วงลงต่อไปจนต่ำกว่ามูลค่าของ Bitcoin ที่ถือครอง หรือที่เรียกว่า mNAV ต่ำกว่า 1 จะทำให้บริษัทไม่สามารถระดมทุนผ่านการออกหุ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูก Dilute มากเกินไป
ปัจจุบัน mNAV ของ MSTR อยู่ที่ประมาณ 1.08 ซึ่งหมายความว่าราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าของ Bitcoin ที่ถือครองเพียง 8% เท่านั้น ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่เคยสูงถึง 1.5-2 เท่า
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า Michael Saylor เป็นนักเล่นการเมืองที่เก่งมาก เขารู้ดีว่าถ้าออกมาแสดงความกังวลหรือบอกว่าอาจต้องขาย Bitcoin ตลาดจะตกใจและ Bitcoin จะร่วงหนักขึ้นไปอีก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงความมั่นใจอย่างสุดขีด แม้ว่าในใจอาจกังวลก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า MicroStrategy มีโครงสร้างหนี้ที่ค่อนข้างดี โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็น Convertible Notes ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก และครบกำหนดชำระในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งให้เวลาบริษัทมากพอที่จะรอให้ Bitcoin ฟื้นตัว สำหรับนักลงทุนที่สนใจ MSTR ควรเข้าใจว่านี่คือการเดิมพันแบบ Leveraged กับ Bitcoin ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก
ถ้า Bitcoin ขึ้น MSTR จะขึ้นแรงกว่า แต่ถ้า Bitcoin ลง MSTR ก็จะลงแรงกว่าเช่นกัน ดังนั้นจึงเหมาะกับนักลงทุนที่มี Risk Appetite สูงและเชื่อมั่นใน Bitcoin ในระยะยาวเท่านั้น!
ที่มา CNBC

