สรุปข่าว
- Bitcoin ดีดตัวกลับแรงจากระดับต่ำสุดที่ $60,000 พุ่งทะลุ $70,000 ในช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2026 หลังเจอแรงขายหนักที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ FTX ล่มสลาย
- ปัจจัยหลักที่ดันราคาคือ อารมณ์ตลาดเปลี่ยนจากการยอมแพ้มาเป็นการสะสม นักลงทุนสถาบันเข้ามาซื้อที่ราคาต่ำ และข้อมูล CPI ออกมาดีกว่าคาดชี้เงินเฟ้อชะลอเหลือ 2.4%
- นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่านี่อาจเป็นแค่การดีดตัวชั่วคราวในตลาดขาลง ไม่ใช่สัญญาณกลับมาขาขึ้นจริง ๆ เพราะยังมีแรงต้านหนาและอารมณ์ตลาดยังไม่แข็ง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
การที่ Bitcoin ดีดตัวจาก $60,000 ไปทะลุ $70,000 ดูเป็นสัญญาณดีในระยะสั้น แต่ยังไม่พอจะบอกว่าตลาดกลับมาขาขึ้นแล้ว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่านี่คือการดีดตัวชั่วคราวในช่วงขาลง ไม่ใช่การเริ่มต้นขาขึ้นใหม่ ปัจจัยบวกที่ช่วยดันราคาได้แก่ สถาบันเข้ามาซื้อที่ราคาต่ำ ข้อมูล CPI ดีกว่าคาด และเจ้ามือกลับมาสะสมหลังขายไปก่อนหน้า แต่ก็มีปัจจัยลบที่น่ากังวล อย่าง US Bitcoin ETF กลายเป็นฝั่งขายสุทธิในปี 2026 ปริมาณเทรดลดลง 30% จากปลายปี 2025 นักลงทุนรายย่อยลดลง และดัชนี Fear and Greed ต่ำเท่ากับช่วง FTX ล่มในปี 2022 ที่สำคัญคือ Bitcoin ยังเทรดต่ำกว่า 365-day moving average เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีนาคม 2022 และมีแรงขายรออยู่เยอะจากนักลงทุนที่ต้องการออกตลาดเมื่อราคาดีขึ้น ดังนั้นระยะสั้นคาดว่าราคาจะผันผวนอยู่ในกรอบ $66,000-$72,000 และมีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับ $60,000 อีกครั้งถ้าทะลุ resistance ที่ $70,000-$72,000 ไม่ได้
Bitcoin ดีดตัวกลับแรงหลังจากถูกขายทิ้งหนักมาก ราคาร่วงจาก $80,000 ลงมาแตะต่ำสุดที่ $60,000 ซึ่งถือว่าแย่ที่สุดนับตั้งแต่ FTX ล่มสลาย ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026 Bitcoin เทรดแข็งแกร่งเหนือ $71,000 ส่งสัญญาณว่าราคาอาจจะเข้าสู่ช่วงรักษาตัว แต่การดีดตัวกลับจากระดับต่ำ $60,000 ก็หยุดชะงักแถว ๆ $70,000 ทำให้เทรดเดอร์มองว่านี่คือการดีดตัวชั่วคราวในช่วงขาลงมากกว่าการเริ่มต้นขาขึ้นใหม่

ปัจจัยหลักที่ดันราคากลับตัว
อารมณ์ตลาดเปลี่ยน
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาเปลี่ยนคืออารมณ์ตลาดเปลี่ยนจากการยอมแพ้มาเป็นการสะสม นักลงทุนสถาบันมองว่าราคาต่ำกว่า $70,000 เป็นโอกาสที่สองในการเข้าซื้อ เพราะพวกเขาพลาดไปตอนที่ราคาพุ่งขึ้นสู่ $126,000 ในปี 2025
นักซื้อตัวใหญ่เข้ามารับแรงขายจากนักลงทุนรายย่อยที่ถูก liquidate ข้อมูล on-chain บอกว่าเจ้ามือกลับมาซื้อประมาณ 10,000 BTC หลังราคาทะลุ $90,000 ซึ่งช่วยดูดแรงขายจากนักขุดและเทรดเดอร์ระยะสั้น
ข้อมูล CPI ออกมาดี
Bitcoin พุ่งขึ้นไปที่ $70,000 หลังข้อมูล CPI ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด บอกว่าเงินเฟ้อชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาด ทำให้แรงกดดันด้าน macro ลดลงและนักลงทุนกล้าเข้าสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยเงินเฟ้อชะลอเหลือ 2.4% ทำให้นักลงทุนสบายใจที่จะเอาเงินกลับมาลงคริปโต
เม็ดเงินไหลเข้า Altcoins
เมื่อ Bitcoin แข็งแรง เม็ดเงินก็ไหลเข้า token ตัวเล็กอย่าง pippin และ pump.fun ซึ่งทั้งคู่พุ่งแรงพร้อมปริมาณเทรดที่เพิ่มขึ้น แสดงว่านี่ไม่ใช่แค่ราคาพุ่งเพราะสภาพคล่องบาง แต่มีคนเข้ามาเทรดจริง ๆ
สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
แค่การดีดตัวช่วงขาลง
นักวิเคราะห์เตือนว่ามีแรงขายรอขายเยอะ อารมณ์ตลาดยังเปราะ และสภาพคล่องยังบาง ทำให้อาจต้องกลับไปทดสอบแนวรับระยะยาวแถว 200-week moving average และบริเวณ $60,000 อีกครั้ง
Alex Kuptsikevich นักวิเคราะห์หลักจาก FxPro บอกว่า “ยังมีคนอยากขาย Bitcoin เยอะอยู่ตอนราคาดีดกลับ ในสถานการณ์แบบนี้ เราควรเตรียมพร้อมที่จะเห็นราคากลับไปทดสอบ 200-week moving average อีกครั้งในไม่ช้า”
ข้อมูลที่น่ากังวล
US Bitcoin ETF ที่เคยซื้อ Bitcoin ไป 46,000 เหรียญในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว กลับกลายเป็นฝั่งขายสุทธิในปี 2026 นอกจากนี้ Bitcoin ยังทะลุลงต่ำกว่า 365-day moving average เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีนาคม 2022 และร่วงไป 23% ใน 83 วันหลังทะลุลง ซึ่งแย่กว่าช่วงต้นปี 2022 เสียอีก
ข้อมูลการเทรดบอกว่ามีคนถอนตัวออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเยอะ ปริมาณ spot บน exchange หลักลดลงประมาณ 30% จากปลายปี 2025 และนักลงทุนรายย่อยลดลง สภาวะแบบนี้ทำให้ราคาแกว่งแรงได้ง่าย โดยไม่มีจุดยอมแพ้ที่ชัดเจน
ดัชนี Crypto Fear and Greed ลงไปแตะ 6 ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งต่ำเท่ากับตอนที่ FTX ล่มในปี 2022 ก่อนจะกลับมาที่ 14 ในวันจันทร์ช่วงปลาย
4-Year Cycle ยังใช้ได้อยู่
Bitcoin halving ซึ่งเกิดขึ้นทุก 4 ปี จะลดรางวัลให้นักขุด Bitcoin และทำให้ supply ของ Bitcoin ในตลาดช้าลง การบีบ supply นี้มักจะเกิดก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ โดย halving ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเมษายน 2024
มีคนถกกันว่า bitcoin cycle แบบเดิมยังใช้ได้อยู่ไหม หรือว่ารูปแบบกำลังจะเปลี่ยนไป แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่บอกว่า cycle ยังใช้ได้อยู่ Steven McClurg CEO ของ Canary Capital บอกว่า “ผมคาดว่าปี 2026 จะเป็นช่วงขาลงของไซเคิล 4 ปี”
ราคาตอนนี้และกรอบที่เทรด
Bitcoin ยังผันผวนอยู่ ฟื้นตัวจากระดับต่ำต้นเดือนกุมภาพันธ์ขึ้นไปถึง $70,000 ก่อนจะร่วงลงมาต่ำกว่าระดับนั้น Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $70,000 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และเลื่อนลงมาอยู่แถว ๆ $60,000 ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญ หลังจากนั้น Bitcoin ก็ฟื้นตัวจากระดับต่ำและกลับมาเหนือ $70,000 แต่ก็ดันขึ้นไปต่อไม่ได้ ตอนนี้ยังเทรดอยู่ในกรอบ $66,000 ถึง $72,000
ในความเห็นของผู้เขียน การที่ Bitcoin ดีดตัวจาก $60,000 ไปทะลุ $70,000 เป็นสัญญาณดีว่ายังมีแรงซื้อรองรับอยู่ แต่ก็ยังไม่พอจะบอกว่าตลาดกลับมาขาขึ้นแล้ว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่านี่แค่การดีดตัวชั่วคราวในช่วงขาลง ไม่ใช่ขาขึ้นใหม่ ซึ่งน่าเชื่อถือ เพราะยังมีเรื่องน่ากังวลเยอะ โดยเฉพาะ US Bitcoin ETF ที่กลายเป็นฝั่งขาย ปริมาณเทรดที่ลดลง และอารมณ์ตลาดที่อ่อนแอมาก ที่สำคัญคือมีคนที่ติดอยู่ในราคาสูงจำนวนมากรอขายทันทีที่ราคาดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงต้านรุนแรงในการขึ้นต่อ สำหรับนักลงทุน ควรระวังและอย่า FOMO เข้าซื้อที่ราคานี้ เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับไปทดสอบ $60,000 อีกครั้ง ควรรอให้ราคาทะลุ $72,000-$75,000 ได้แบบแข็งแกร่งพร้อมปริมาณเทรดที่เพิ่มขึ้นก่อนตัดสินใจเข้า หรือถ้าจะลงทุนระยะยาว อาจรอซื้อที่ $60,000 หรือต่ำกว่าจะปลอดภัยกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในกรอบ 4-year cycle ซึ่งยังใช้ได้อยู่ ปี 2026 น่าจะเป็นปีที่ยากสำหรับ Bitcoin และอาจเห็นราคาไปทดสอบ $50,000 ตามที่ McClurg คาดไว้ ก่อนจะกลับมาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงใหม่ในปี 2027-2028 นักลงทุนควรมองระยะยาวและอย่าหวังผลตอบแทนเร็วในช่วงนี้

