<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ถอดรหัสวิกฤต 10 ตุลาฯ : วิจัยพบ “โทเคนโยงการเมือง” ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนตลาดจะร่วง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บริษัทวิจัย Amberdata ชี้ว่า WLFI ที่เชื่อมโยงกับทรัมป์มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเกิดขึ้นในวันที่ตลาดคริปโตถูกล้างพอร์ตครั้งประวัติศาสตร์
  • WLFI มีวอลุ่มเทรดสูงกว่าปกติถึง 21 เท่าตัว และได้รับผลกระทบจากข่าวเร็วกว่า Bitcoin ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนรายย่อยจะวิเคราะห์ได้ทัน
  • มีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มคนที่ถือ WLFI รู้มาก่อนหน้าแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นจึงชิงลงมือเคลื่อนไหวได้ทันเวลา

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

บริษัทวิจัย Amberdata ได้เปิดเผยข้อมูลชวนสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ล้างพอร์ตเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 โดยชี้เป้าไปที่ความผิดปกติของโทเคน World Liberty Financial (WLFI) ของตระกูลทรัมป์ ที่มีการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงผิดปกติถึง 21.7 เท่า เพียงไม่กี่นาทีหลังจากทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า ในขณะที่ Bitcoin ยังทรงตัวเหนือระดับ $120,000 โดยข้อมูลระบุว่า WLFI เริ่มถูกเทขายร่วงหนักนำตลาดไปก่อน ส่งผลให้เกิดข้อสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ถือ WLFI อาจได้รับข้อมูลวงใน หรือมีความเชี่ยวชาญสูงจนไหวตัวทันก่อนนักลงทุนรายย่อย ส่งผลให้ WLFI กลายเป็นตัวชี้นำการร่วงระนาวของตลาดในวันนั้น

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ตลาดคริปโตได้ประสบกับการล้างพอร์ตครั้งประวัติศาสตร์ที่ปัจจุบันก็ยังหาข้อสรุปชัดเจนไม่ได้ว่าใครเป็นต้นเหตุ แต่บริษัทวิจัย Amberdata กลับมองว่า World Liberty Financial (WLFI) ของตระกูลทรัมป์มีพิรุธบางอย่าง

Mike Marshall หัวหน้าฝ่ายวิจัยเปิดเผยว่าโทเคน WLFI มีความเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัดในช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุล้างพอร์ตขึ้น ซึ่งในขณะนั้นเอง Bitcoin ยังไม่ได้ส่งสัญญาณร่วงรุนแรง และยังทรงตัวอยู่เหนือ $120,000 

ตามปกติแล้ววอลุ่มเทรดต่อชั่วโมงของ WLFI จะมีมูลค่าประมาณ 21.89 ล้านดอลลาร์ แต่ในชั่วโมงที่ข่าวการขึ้นภาษีจะถูกเปิดเผยกลับมีวอลุ่มเทรดที่สูงถึง $474 ล้าน หรือ 21.7 เท่าตัวจากปกติ และไม่ได้เป็นความเคลื่อนไหวที่มาจากรายย่อยแต่มาจากรายใหญ่ ยิ่งทำให้สัญญาณบ่งชี้ถึงวิกฤตตลาดมีความน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก ตามไทม์ไลน์ของวันที่ 10 ดังนี้ : 

  • 2:27 PM: มีการเปิดชอร์ตกันอย่างหนักในตลาดฟิวเจอร์ส
  • 2:57 PM: ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า
  • 3:00 PM: วอลุ่มเทรด WLFI ทะยาน 21.7x เท่าตัวในระยะเวลาห่างกันไม่กี่นาที
  • 3:32 pm: WLFI เริ่มร่วงในขณะที่ Bitcoin ยังคงยืนอยู่เหนือ $120,000 
  • 5 pm: WLFI นำหน้าตลาดร่วงหนักแล้วกว่า 15% ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงมา 2%
  • 7:00 PM: WLFI ร่วง 30% Bitcoin ร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 4%
  • 8:50 PM: WLFI ร่วง 45% Bitcoin ร่วง 6%

หลังจาก 8:50 p.m. : ตลาดคริปโตร่วงระนาว Bitcoin ดิ่ง 15% Ethereum ร่วง 20% Altcoin เจ็บหนักกว่า 60%-70% ถ้วนหน้า โดยที่มี WLFI ขยับมาก่อน

ข้อมูลกำลังบอกอะไร?

Marshall อธิบายว่า ความเคลื่อนไหวของโทเคนที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองอาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดอันเป็นผลมาจากปัจจัย 3 ข้อ

ข้อแรก WLFI ไม่เหมือนกับ Bitcoin เพราะมีการถือกันในวงแคบโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเลยว่าโทเคนอื่นๆ ใช้เวลาสักพักถึงจะร่วงตามข่าวแต่ WLFI กลับเคลื่อนไหวก่อนชาวบ้าน

ถัดมา ค่า Funding rate ของ WLFI ได้ทะยานขึ้นถึง 2.87% ต่อ 8 ชั่วโมง หรือ 131% ต่อปี ซึ่งแพงกว่า Bitcoin ถึง 2.8 เท่า ส่งผลให้ฝั่ง Long ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลและเสี่ยงต่อการถูกล้างพอร์ตได้ง่ายเมื่อตลาดเกิดความผันผวน 

นอกจากนี้ WLFI ยังมีความผันผวนจริงสูงถึง 671.9% ต่อปี ซึ่งสูงกว่า Bitcoin เกือบ 8 เท่า หมายความว่าหากราคา Bitcoin ขยับเพียง 1% ราคาของ WLFI อาจเหวี่ยงแรงได้ถึง 8% กลายเป็น “ตัวคูณความเสี่ยง” ที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยเจ๊ง แต่ผู้ถือเหรียญกลับไหวตัวทัน ก่อนที่ตลาดคริปโตจะล้มในวันนั้น

ด้วยเหตุนี้จึงนำมาสู่ข้อสาม กับสมมติฐานว่าผู้ถือเหรียญส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ลงทุนมานานจึงสามารถวิเคราะห์ตลาดได้ก่อน หรือไม่ก็ต้องได้รับข้อมูลวงในมาก่อน เพราะเป็นไปไม่ได้เลยว่า รายย่อยจะสามารถวิเคราะห์ทิศทางตลาดหลังข่าวออกได้เพียง 3 นาที

อย่างไรก็ตามการที่ WLFI ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นสัญญาณเตือนภัยวิกฤตไม่ได้หมายความว่า ต้นเหตุจากมาจากบุคคลเหล่านี้เสมอไป ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์วันนั้นเกิดอะไรขึ้นในเบื้องหลัง

ที่มา : Amberdata


มุมมองผู้เขียน : การที่โทเคนที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้นำประเทศ มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อข่าวนโยบายเร็วกว่าสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin ถึงระดับนาทีต่อนาที สะท้อนความน่าสงสัยที่ชัดเจนถึงการมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างปฏิเสธไม่ได้แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ต้นเหตุก็ตาม