สรุปข่าว
- Flare Networks ประกาศ Mint FXRP จำนวน 100 ล้าน Token หมายถึง XRP 100 ล้านเหรียญถูกนำมาสร้างผลตอบแทนบนเครือข่าย
- การเติบโตของ FXRP แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของ DeFi Utility สำหรับ XRP ในระบบนิเวศ Flare
- ควรติดตามการเติบโตของ TVL และกรณีการใช้งาน DeFi บน Flare Networks ในระยะถัดไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกแสดงให้เห็นว่า XRP กำลังมี Use Case มากขึ้นในโลก DeFi ผ่าน Flare Networks แม้ว่า Flare จะยังเป็นระบบนิเวศขนาดเล็ก แต่การที่ XRP 100 ล้านเหรียญถูกนำมาใช้สร้างผลตอบแทนแสดงถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ถือ XRP ในการหา Yield ซึ่งอาจดึงดูด Investor เพิ่มเติมในระยะยาว
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 CoinDesk รายงานว่า Flare Networks ประกาศการ Mint FXRP จำนวน 100 ล้าน Token บนเครือข่าย หมายความว่ามี XRP จำนวน 100 ล้านเหรียญถูกนำมาใช้สร้างผลตอบแทนบน Flare Networks ในขณะนี้ การเติบโตของ FXRP ซึ่งเป็น Wrapped Version ของ XRP บน Flare แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานกำลังมองหาวิธีการใหม่ ๆ ในการสร้าง Yield จากสินทรัพย์ XRP ที่ถืออยู่ โดย Flare Networks เป็น Layer 1 Blockchain ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถด้าน Smart Contract ให้กับสินทรัพย์ที่ไม่มี Smart Contract Native เช่น XRP และ Bitcoin
FXRP คืออะไรและทำงานอย่างไรบน Flare
FXRP เป็น Wrapped Token ของ XRP ที่ทำงานบนเครือข่าย Flare Networks ผู้ถือ XRP สามารถนำ XRP ของตนไป Lock ใน Smart Contract เพื่อรับ FXRP ในอัตราส่วน 1:1 จากนั้นก็สามารถนำ FXRP ไปใช้ในระบบนิเวศ DeFi บน Flare ได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Stake, Provide Liquidity, หรือใช้เป็น Collateral ในโปรโตคอลต่าง ๆ การที่ FXRP ถูก Mint ถึง 100 ล้าน Token แสดงว่ามีผู้ใช้งานนำ XRP มา Lock จำนวนมากเพื่อเข้าสู่ระบบนิเวศ DeFi บน Flare
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า XRP Ledger เปิดตัว DEX สำหรับสถาบันเท่านั้น มุ่งขยายโครงสร้าง DeFi ระดับสถาบัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า XRP กำลังขยาย Infrastructure ด้าน DeFi ทั้งในระดับสถาบันและในระดับ Retail ผ่านเครือข่ายเช่น Flare
ความหมายต่อระบบนิเวศ XRP และ Flare
การเติบโตของ FXRP บน Flare Networks เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทั้งสองระบบนิเวศ สำหรับ XRP นี่หมายถึงการเพิ่มขึ้นของ Utility และ Use Case นอกเหนือจากการใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่าน RippleNet ผู้ถือ XRP ตอนนี้มีทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ถืออยู่โดยไม่ต้องขาย ซึ่งอาจช่วยลด Selling Pressure ในตลาด
สำหรับ Flare Networks การที่มี XRP จำนวน 100 ล้านเหรียญเข้ามาในระบบนิเวศถือเป็น Milestone สำคัญ แม้ว่า Flare จะยังเป็น Ecosystem ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ Layer 1 อื่น ๆ เช่น Ethereum หรือ Solana แต่การดึงดูดสินทรัพย์จากเครือข่ายใหญ่อย่าง XRP Ledger มาเป็น Wrapped Asset แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของเครือข่าย นอกจากนี้ Coinbase ยังประกาศขยายบริการกู้ยืมคริปโทฯ ไปยัง XRP, ADA และ DOGE ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงว่า XRP กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในด้าน Financial Product
จุดที่ต้องจับตามอง
แม้ว่าข่าวนี้จะเป็นสัญญาณบวกสำหรับ XRP และ Flare แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประการแรกคือขนาดของระบบนิเวศ Flare ที่ยังค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับ Layer 1 อื่น ๆ การเติบโตของ TVL (Total Value Locked) และจำนวนโปรโตคอล DeFi บน Flare จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า Ecosystem นี้มีความยั่งยืนหรือไม่
ประการที่สองคือสถานการณ์ทางกฎหมายของ Ripple ที่ ซีอีโอ Ripple ให้โอกาส 80% กฎหมาย Clarity Act ผ่านฉลุย ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ หากมีความคืบหน้าด้านบวกในเรื่องกฎหมาย อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของ Investor และการนำ XRP ไปใช้ใน DeFi มากขึ้น นอกจากนี้ คลังสำรอง XRP บน Binance ลดลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจว่าผู้ถือ XRP อาจกำลังย้ายเหรียญออกจาก Exchange ไปใช้ใน DeFi หรือ Cold Wallet มากขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกสำหรับ XRP ในระยะยาว แม้ว่า Flare Networks จะยังเป็น Ecosystem ขนาดเล็กและการที่มี FXRP 100 ล้าน Token อาจดูไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับ Total Supply ของ XRP แต่มันแสดงให้เห็นว่า XRP กำลังพัฒนา Use Case นอกเหนือจากการเป็นสื่อกลางการชำระเงิน ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับระยะยาว การที่ผู้ถือ XRP สามารถสร้าง Yield จากเหรียญที่ถืออยู่โดยไม่ต้องขายอาจช่วยลด Selling Pressure ในตลาดได้ แต่ผมคิดว่าจุดที่ต้องจับตามองคือว่า Flare จะขยาย Ecosystem ได้แค่ไหน และโปรโตคอล DeFi บน Flare จะมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยแค่ไหน เพราะถ้า TVL เติบโตได้แต่โปรโตคอลมีปัญหาด้าน Security ก็อาจส่งผลเสียต่อทั้ง Flare และ XRP ในระยะยาว สำหรับคนที่สนใจอาจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจาก Flare Networks และดูว่า APY ที่ได้จากการ Stake FXRP คุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่

