สรุปข่าว
- ดัชนี Core PCE Price Index ของสหรัฐเดือนที่แล้วออกมาที่ 3.0% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.9% และสูงกว่าค่าก่อนหน้าที่ 2.8%
- เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย Fed ที่ 2% สร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกนาน
- Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $67,165 และ Ethereum อยู่ที่ $1,945.04 คาดว่าจะได้รับแรงกดดันในระยะสั้นจากต้นทุนการถือครองที่เพิ่มสูงขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย Fed ที่ 2% ทำให้ตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกนาน สร้างแรงกดดันต่อ crypto ในระยะสั้นเนื่องจากต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขดัชนี Core PCE Price Index เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ออกมาที่ระดับ 3.0% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% และเพิ่มขึ้นจากค่าก่อนหน้าที่ 2.8% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อในสหรัฐยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
Core PCE Price Index หรือ ดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน เป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะสะท้อนต้นทุนการครองชีพที่แท้จริงของคนอเมริกัน โดยตัดค่าอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูงออกไป Fed ตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ 2% ดังนั้นตัวเลข 3.0% จึงหมายความว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายอยู่มาก
ข้อมูลนี้ส่งสัญญาณลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด รวมถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากเป็นการยืนยันว่า Fed จะต้องคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้ลงมาสู่เป้าหมาย
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต ต้นทุนการถือครองเพิ่มสูง
เมื่อ Fed คงดอกเบี้ยสูงต่อไป หมายความว่าต้นทุนการกู้ยืมและผลตอบแทนจากการฝากเงินหรือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจะยังคงสูงอยู่ สิ่งนี้สร้างแรงกดดันให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่แน่นอน เช่น พันธบัตร มากกว่าสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล
ในขณะนี้ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราคา $67,165 เพิ่มขึ้น 1.46% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum อยู่ที่ $1,945.04 บวก 0.57% แม้ว่าราคาจะยังเคลื่อนไหวในแนวโน้มบวกเล็กน้อย แต่นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่าข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดอาจสร้างแรงเทขายในช่วงสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะถ้าตลาดหุ้นสหรัฐตอบสนองในทางลบ
เทียบกับเดือนก่อนหน้า เงินเฟ้อเร่งตัวต่อเนื่อง
เมื่อเทียบกับค่าเดือนก่อนหน้าที่ 2.8% ตัวเลข Core PCE ที่ออกมา 3.0% แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อไม่เพียงแต่ยังไม่ชะลอตัว แต่กลับเร่งตัวขึ้น นี่เป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับ Fed เพราะหมายความว่ามาตรการที่ใช้มาอาจยังไม่เพียงพอ
นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า Fed อาจต้องปรับแผนการลดดอกเบี้ยที่ตลาดหวังไว้ออกไปอีก หรืออาจต้องพิจารณายืนยันจุดยืนในการคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดการเงินโลก รวมถึงตลาดคริปโตด้วย
จุดที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้า
นักลงทุนคริปโตควรติดตามคำแถลงจาก Fed และนักวิเคราะห์ชั้นนำในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าตลาดจะตีความตัวเลขนี้อย่างไร นอกจากนี้ควรจับตาแนวรับสำคัญของ Bitcoin ที่ระดับ $65,000 ถ้าหลุดลงไปอาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยอื่นๆ ที่น่าสนใจคือการไหลเข้าออกของเงินทุนใน Bitcoin ETF ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงอาจทำให้นักลงทุนสถาบันชะลอการเข้าซื้อ
ความเห็นผู้เขียน
ตัวเลข Core PCE ที่ออกมาสูงกว่าคาดครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นข่าวที่ไม่ดีต่อตลาดคริปโตในระยะสั้นเลยครับ แม้ว่าราคา Bitcoin และ Ethereum จะยังทรงตัวได้ในตอนนี้ แต่การที่เงินเฟ้อไม่ลงกลับพุ่งขึ้นเป็น 3.0% นั้นบอกชัดเจนว่า Fed จะต้องเล่นแข็งต่อไป
ส่วนตัวผมคิดว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ตลาดคริปโตอาจมีความผันผวนสูงขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีเจ้าหน้าที่ Fed ออกมาพูดในทำนองว่าจะต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คิด นักลงทุนควรระมัดระวังการเปิดสถานะใหม่ในช่วงนี้ และถ้าถือสินทรัพย์อยู่แล้ว ก็ควรจับตาแนวรับสำคัญไว้ เผื่อต้องตัดสินใจบริหารความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าในระยะยาว Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับ hedge ความเสี่ยงเงินเฟ้อ เพียงแต่ในระยะสั้นนี้ ตลาดอาจต้องปรับฐานรอให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้นก่อนครับ

