สรุปข่าว
- Tim Draper นักลงทุนตลาดสินเชื่อเสี่ยงชื่อดัง คาดการณ์ Bitcoin จะพุ่งขึ้น 4 เท่าภายในปี 2028 (ราคาประมาณ $268,000 หรือ 8.5 ล้านบาท)
- Draper มั่นใจมากจนท้าให้ผู้ที่ไม่เชื่อมาเดิมพันกับเขาบน Polymarket แพลตฟอร์มเดิมพันแบบ decentralized
- เป้าหมายระยะยาวของ Draper ยังคงอยู่ที่ $10 ล้านต่อ BTC โดยเชื่อว่า Bitcoin จะแทนที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การคาดการณ์ของ Tim Draper เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดในระยะกลาง-ยาว เพราะเขาเป็นนักลงทุนที่มี track record ที่ดีมากในการทาย Bitcoin โดยเฉพาะการซื้อ BTC ในราคา $600 ในปี 2014 จากการประมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ Bitcoin การที่เขามั่นใจมากพอที่จะท้าให้คนมาเดิมพันบน Polymarket แสดงถึงความเชื่อมั่นสูงมาก อย่างไรก็ตาม การขึ้น 4 เท่าจาก $67,000 ไป $268,000 ในเวลา 2 ปีนั้นค่อนข้างท้าทาย โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมมหภาคปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนสูง ผู้ลงทุนควรมองคำทำนายนี้เป็นมุมมองระยะยาว ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายระยะสั้น
Tim Draper นักลงทุนสาย VC ชื่อดังและหนึ่งในผู้สนับสนุน Bitcoin ที่เสียงดังที่สุดในโลก ได้ออกมาทำนายอีกครั้งว่า Bitcoin จะพุ่งขึ้น 4 เท่าภายในปี 2028 ซึ่งหากคำนวณจากราคาปัจจุบันที่ประมาณ $67,000 (~2.14 ล้านบาท) จะหมายความว่า Bitcoin อาจแตะระดับ $268,000 (~8.5 ล้านบาท) ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีนับจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคำทำนายคือ Draper มั่นใจมากพอที่จะท้าให้ผู้ที่ไม่เชื่อมาเดิมพันกับเขาบน Polymarket แพลตฟอร์มเดิมพันแบบ decentralized ที่ผู้ใช้สามารถวางเดิมพันเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตได้ด้วย cryptocurrency
การประกาศครั้งนี้มาหลังจากเมื่อต้นเดือนมกราคม 2026 ที่ Draper เคยคาดการณ์ว่า Bitcoin จะแตะ $250,000 ภายในปี 2026 แต่ตอนนี้เขายกเป้าหมายขึ้นเป็น “4 เท่าภายในไม่ถึง 2 ปี” แทน ซึ่งเป็นการปรับเป้าหมายให้สูงขึ้นและให้เวลาอีกเล็กน้อย การที่ Draper ออกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกเกี่ยวกับ Bitcoin และเสนอให้มีการเดิมพันจริงบน Polymarket นั้นสะท้อนถึงความมั่นใจที่แข็งแกร่งของเขาต่ออนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ แม้ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา Bitcoin จะร่วงลงจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $126,000 ในเดือนตุลาคม 2025 มาอยู่ที่ระดับ $66,000-$67,000 ในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าราคาลดลงเกือบ 50% แล้ว
ใครคือ Tim Draper และทำไมคำทำนายของเขาถึงมีน้ำหนัก
Tim Draper ไม่ใช่แค่สาย bull ธรรมดา ๆ ที่ออกมาทำนายราคา Bitcoin สูง ๆ เขาเป็นนักลงทุนที่มี track record ที่แข็งแกร่งมากในการลงทุน Bitcoin และมีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง ในปี 2014 เมื่อ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราคาประมาณ $600 ต่อเหรียญ Draper ได้ซื้อ Bitcoin จำนวนเกือบ 30,000 BTC จากการประมูลของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาหลังจากที่รัฐบาลยึด Bitcoin จากเว็บไซต์ Silk Road ที่ถูกปิดตัว การซื้อครั้งนั้นมีมูลค่าประมาณ $18 ล้าน และในปัจจุบัน Bitcoin จำนวนนั้นมีมูลค่าประมาณ $2,000 ล้าน (ที่ราคา $67,000) ซึ่งหมายความว่าเขาทำกำไรมากกว่า 100 เท่าจากการลงทุนครั้งนั้น
นอกจากนี้ Draper ยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทลงทุนสินเชื่อเสี่ยงหลายแห่ง รวมถึง Draper Fisher Jurvetson และ Draper Associates ซึ่งลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำมากมาย เช่น Tesla, SpaceX, Skype, Hotmail และอื่น ๆ ดังนั้นเมื่อเขาออกมาทำนาย Bitcoin จึงมีน้ำหนักมากกว่านัก bull ทั่วไป เพราะเขามีประสบการณ์ในการมองเห็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกก่อนที่คนส่วนใหญ่จะเห็น
ในอดีต Draper เคยทำนายในปี 2018 ว่า Bitcoin จะแตะ $250,000 ภายในปลายปี 2022 แม้ว่าคำทำนายนี้จะไม่เป็นจริง (Bitcoin แตะ ATH ที่ $69,000 ในพฤศจิกายน 2021 แทน) แต่ทิศทางโดยรวมของเขายังคงถูกต้อง คือ Bitcoin มีแนวโน้มขึ้นในระยะยาว เมื่อคำทำนายไม่เป็นจริง Draper ก็ยืดเวลาออกไปเป็นกลางปี 2023 และล่าสุดในปลายปี 2024 เขาคาดการณ์ว่า Bitcoin จะแตะ $120,000 ภายในสิ้นปี 2024 และ $250,000 ในปี 2025 แม้ว่าจะมีการพลาดเป้าบ้าง แต่การที่เขายังคงมั่นใจและปรับเป้าหมายใหม่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของเขา
เหตุผลที่ Draper เชื่อว่า Bitcoin จะพุ่ง 4 เท่า
Draper ให้เหตุผลหลายประการว่าทำไม Bitcoin จะเติบโตอย่างมากในอีก 2 ปีข้างหน้า ประการแรกคือเรื่องของ limited supply ที่ Bitcoin มีเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น และไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้อีก เขาเชื่อว่าเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน บริษัทต่าง ๆ และแม้กระทั่งรัฐบาล ในขณะที่อุปทานจำกัด ราคาจะต้องพุ่งขึ้นตามกฎอุปสงค์-อุปทาน
ประการที่สองคือเรื่องของ institutional adoption ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว Bitcoin spot ETF ในสหรัฐอเมริกาทำให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางที่พวกเขาคุ้นเคย แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา Bitcoin ETF จะมี outflow ประมาณ $4-6 พันล้าน แต่ Draper มองว่านี่เป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น และในระยะยาวเงินจะไหลกลับเข้ามา
ประการที่สามคือ Draper เชื่อว่า Bitcoin เป็น superior technology เมื่อเทียบกับระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่อาศัยธนาคารและรัฐบาลเป็นตัวกลาง เขามองว่า Bitcoin โปร่งใส เป็น global, open และเก็บบันทึกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อร้านค้าปลีก (สำหรับการชำระเงิน) และรัฐบาล (สำหรับภาษี) ตระหนักว่า Bitcoin จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละธุรกรรม จะมีแรงจูงใจมหาศาลสำหรับทุกคนที่จะใช้ Bitcoin ดังที่เขาเคยกล่าวว่า “Bitcoin is just better technology than using banks and governments as the trusted third party”
นอกจากนี้ Draper ยังกังวลเกี่ยวกับ hyperinflation ของเงินดอลลาร์สหรัฐ เขาชี้ให้เห็นว่า US Dollar Index (DXY) กำลังมีจุดเริ่มต้นปีที่แย่ที่สุดในรอบ 40 ปีของประวัติศาสตร์ และเชื่อว่าค่าเงินดอลลาร์อาจตกลงไปอีกมากหากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น เขาเปรียบเทียบกับกรณีของเงิน Confederate dollar ที่สูญเสียมูลค่าไปเกือบทั้งหมดในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา และเชื่อว่า Bitcoin จะเป็น hedge ที่ดีหากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินจริง ๆ
การท้าเดิมพันบน Polymarket แสดงความมั่นใจสูงสุด
สิ่งที่ทำให้การคาดการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ คือ Draper ไม่ได้แค่พูดเท่านั้น แต่เขายังท้าให้ผู้ที่ไม่เชื่อมาเดิมพันกับเขาบน Polymarket ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม prediction market แบบ decentralized ที่ผู้ใช้สามารถวางเดิมพันด้วย cryptocurrency เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต การที่เขาเสนอให้มีการเดิมพันจริง ๆ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้แค่คาดการณ์เพื่อสร้าง hype แต่เขาพร้อมที่จะเอาเงินของเขาเองมาเสี่ยงเพื่อสนับสนุนคำพูดของเขา
หลังจากที่ Draper ประกาศเรื่องนี้ Polymarket รายงานว่ามีการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น 20% ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่ามีผู้คนสนใจและอาจมีบางคนที่พร้อมจะรับคำท้านี้ Shayne Coplan CEO ของ Polymarket กล่าวว่า “การที่คนระดับ Tim Draper มาใช้แพลตฟอร์มของเราเป็นการยืนยันถึงความน่าเชื่อถือและศักยภาพของตลาดคาดการณ์” การเคลื่อนไหวนี้ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับ prediction markets ซึ่งเป็นหนึ่งใน use case ที่น่าสนใจของ blockchain และ cryptocurrency
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและนัก Bull คนอื่น ๆ
Draper ไม่ใช่คนเดียวที่มองบวกต่อ Bitcoin ในระยะยาว แต่เป้าหมายและกรอบเวลาของแต่ละคนแตกต่างกัน Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้ง Strategy (MicroStrategy) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลกด้วยปริมาณกว่า 713,502 BTC มีเป้าหมายที่ Bitcoin จะแตะ $1,000,000 แต่ในกรอบเวลา 10 ปี ไม่ใช่ 2 ปีเหมือน Draper นอกจากนี้ Saylor ยังกล่าวว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ใน crypto winter แต่จะสั้นกว่าครั้งก่อน ๆ และเขายังบอกว่าเขา “ไม่เคยมั่นใจกับ Bitcoin มากขนาดนี้มาก่อน” แม้ว่า market cap ของ Bitcoin จะลดลง $1.2 ล้านล้านนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
Samson Mow CEO ของ JAN3 มีมุมมองที่กล้าหาญกว่า โดยเขาคาดหวังว่า Bitcoin จะพุ่งไป $1 ล้าน “ในเร็ว ๆ นี้” หรืออย่างน้อยเขาคาดว่าจะเห็น “Omega candle” บนชาร์ต ซึ่งจะผลักดันราคา Bitcoin ขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ถึง $1 ล้านในทันที แต่อาจอยู่ที่ระดับ $250,000 หรือ $500,000 ก่อน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกคนกำลังทำนายราคาสูง ๆ Bitcoin กลับร่วงลงจาก ATH ที่ $126,000 มาอยู่ที่ $66,000-$67,000 ซึ่งเป็นการลดลงเกือบ 50%
ในขณะเดียวกัน ก็มีนักวิเคราะห์ที่ไม่เห็นด้วย Mark Stevens นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ออกรายงานในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ตั้งคำถามว่า Bitcoin จะสามารถแตะระดับราคาเหล่านั้นได้จริงหรือไม่ โดยชี้ไปที่ความผันผวนของราคา Bitcoin และการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยที่จะมาในอนาคตว่าอาจเป็นอุปสรรค นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมมักจะมีความสงสัยต่อการคาดการณ์ราคา crypto ที่สูงมาก ๆ อยู่แล้ว
Sarah Jennings นักวิเคราะห์คริปโตกล่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า “ความสำเร็จในอดีตของ Draper ทำให้การคาดการณ์ของเขายากที่จะเพิกเฉย” ขณะที่ Alex Thompson จาก Crypto Insights บอกว่า $268,000 เป็นไปได้ แต่การไปถึงภายในปี 2028 นั้น “optimistic เกินไป” และ Rachel Lee นักแสดงความเห็นทางการเงินจาก CNBC เรียกการคาดการณ์ของ Draper ว่าเป็น “bold statement ที่ท้าทายมุมมองตลาดแบบเดิม ๆ”
ความท้าทายในการไปถึง $268,000 ภายในปี 2028
แม้ว่า Draper จะมี track record ที่ดี แต่การที่ Bitcoin จะพุ่ง 4 เท่าจาก $67,000 ไป $268,000 ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ปัจจัยหลายอย่างจะต้องเข้ามาช่วยกัน อันดับแรกคือเรื่องของ macro environment ซึ่งปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง อัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (รวมถึงสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐฯ), และนโยบายการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ล้วนมีผลต่อตลาด risk assets ทั้งหมด รวมถึง Bitcoin
ประการที่สองคือเรื่องของ regulatory landscape ที่ยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีความคืบหน้าในบางประเทศ เช่น การอนุมัติ Bitcoin spot ETF ในสหรัฐฯ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนในหลายเรื่อง เช่น การจัดหมวดหมู่ของ crypto assets, ภาษี, และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อการ adoption
ประการที่สามคือเรื่องของ institutional flows ที่ปัจจุบันยังเป็นลบ Bitcoin ETF มี net outflow ประมาณ $4-6 พันล้านนับตั้งแต่ต้นปี 2026 แสดงให้เห็นว่าสถาบันยังไม่กลับมาอย่างเต็มที่ หากกระแสนี้ยังคงดำเนินต่อไป การที่ราคาจะพุ่งขึ้น 4 เท่าก็จะยากมาก
ประการสุดท้ายคือเรื่องของ technical resistance และ market dynamics Bitcoin ต้องฝ่าระดับต้านทานหลายระดับ โดยเฉพาะที่ $90,000 ซึ่งมีรายงานว่ามีสถานะ short มากกว่า $13 พันล้านที่จะถูก liquidate หากราคาแตะระดับนี้ การฝ่าระดับนี้อาจทำให้เกิด short squeeze ที่จะผลักดันราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้น Bitcoin ต้องฝ่า $100,000, $120,000, และ ATH เดิมที่ $126,000 ก่อนที่จะไปถึง $268,000
การคาดการณ์ Tim Draper สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวต่อ Bitcoin ที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะจากนักลงทุนที่มี track record ที่ดีมากเช่นเขา การที่เขาพร้อมจะเอาเงินมาเดิมพันบน Polymarket แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้แค่พูดเพื่อสร้าง hype แต่เป็นความเชื่อที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคิดว่าเป้าหมาย $268,000 ภายในปี 2028 นั้นค่อนข้าง ambitious โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมมหภาคปัจจุบันที่มีความท้าทายมากมาย การขึ้น 4 เท่าในเวลา 2 ปีหมายความว่า Bitcoin ต้องมี compound annual growth rate ประมาณ 100% ซึ่งแม้ว่า Bitcoin เคยทำได้ในอดีต แต่ในขนาดตลาดปัจจุบันที่ใหญ่ขึ้นมาก การเติบโตในอัตรานี้จะต้องการเงินทุนมหาศาลเข้ามา
Tags: #TimDraper #BitcoinPrediction #Polymarket #PriceTarget
ที่มา: u.today, crypto-economy, hokanews

