ฟาดเจ็บ! Vitalik ซัดบริษัท AI อ้างสิทธิ์ IP ทั้งที่ดูดข้อมูลสาธารณะไปเทรน ชี้วงการนี้ต้อง Open-Source

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Vitalik Buterin โพสต์ X ชี้ว่าสังคมออนไลน์แทบไม่มีใครสนับสนุนให้บริษัท AI อ้างสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา IP บนโมเดลของตัวเอง
  • สาเหตุหลักเพราะโมเดล AI เหล่านี้ล้วนถูกฝึก มาจากข้อมูลสาธารณะที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของผลงานแต่แรก
  • เขาค้านแนวคิดที่ยอมให้กลุ่มบริษัทเทคฯ ผูกขาด AI โดยอ้างว่าเป็น “คนดี” ที่จะมาช่วยต้านเผด็จการ ชี้ว่าขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

สำหรับเหรียญคริปโตกลุ่ม AI (เช่น TAO, FET, NEAR, RNDR) ข่าวนี้เป็นการจุดกระแส ชั้นดีให้กับโปรเจกต์ AI บนบล็อกเชนครับ เพราะคำพูดของ Vitalik ไปเน้นย้ำจุดอ่อนของ AI แบบรวมศูนย์ และชูจุดเด่นของ Decentralized AI / Open-Source ที่ทุกคนเข้าถึงได้และโปร่งใสกว่า เมื่อ “ตัวพ่อ” ของวงการออกมาดันวิสัยทัศน์นี้ นักลงทุนก็มีโอกาสเทเม็ดเงินเข้ามาเก็งกำไรในโปรเจกต์ AI ที่เป็น Web3 มากขึ้น

ความย้อนแย้งเรื่องลิขสิทธิ์ของบริษัท AI ยักษ์ใหญ่

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมาแสดงความเห็นอย่างดุเดือดบนแพลตฟอร์ม X เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ โดยเขาระบุว่า จากการอ่านคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย แทบจะหาคนสนับสนุนบริษัท AI ที่พยายามจดลิขสิทธิ์อ้างความเป็นเจ้าของโมเดลไม่ได้เลย

ความตลกร้ายที่ Vitalik ชี้ให้เห็นคือ บริษัทเหล่านี้พยายามหวงแหนเทคโนโลยีของตน แต่ในความเป็นจริง โมเดล AI ระดับโลกแทบทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากการดูดข้อมูลสาธารณะ รูปภาพ และผลงานศิลปะบนอินเทอร์เน็ตไปใช้ฝึกฝน โดยไม่ได้จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์หรือขออนุญาตเจ้าของผลงานอย่างถูกต้อง

อย่าปล่อยให้ “คนดีที่ตั้งตัวเอง” ผูกขาดเทคโนโลยี

อีกประเด็นที่ Vitalik โจมตีอย่างหนักคือ แนวคิดที่พยายามจำกัดการเข้าถึง AI อันทรงพลังไว้กับกลุ่มบริษัทใหญ่ที่อ้างตนว่าเป็น “คนดี” โดยใช้ข้ออ้างว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ AI ตกไปอยู่ในมือของระบอบเผด็จการ

ในมุมมองของ Vitalik การทำแบบนั้นคือการเดินถอยหลังลงคลอง เพราะมันจะยิ่งสร้างระบบรวมศูนย์อำนาจ ที่ไม่เป็นธรรม เขาเชื่อมั่นในการผลักดัน AI แบบ Open-Source ที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงและร่วมพัฒนานวัตกรรมได้ ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่จะต้านทานการผูกขาดเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง


ในมุมมองของผู้เขียนคิดว่าท่าทีของ Vitalik เป็นการย้ำจุดยืนอุดมการณ์แบบ Web3 อย่างชัดเจน โลกคริปโตเติบโตมาได้เพราะรากฐานของ Open-Source และ Decentralization หากในอนาคตเราปล่อยให้บริษัท AI เพียงไม่กี่แห่งควบคุมเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เราอาจหนีเผด็จการการเมือง ไปเจอเผด็จการทางเทคโนโลยีแทน การเปิดกว้างให้โค้ดและโมเดล AI เป็นของสาธารณะจึงเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันอีกยาว

ที่มา: @VitalikButerin