Elon Musk อาวุธทำลายล้างแห่งวงการคริปโต ที่เหยื่อยอมถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Grok ซึ่งเป็น AI ของ Elon Musk เอง ยืนยันว่า Musk คือบุคคลที่ถูกแอบอ้างมากที่สุดบน X สำหรับการหลอกลวงคริปโต เชื่อมโยงกับความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์
  • มีผู้ใช้งานที่ยอมรับว่าสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตจากการซื้อโทเคนบน Pump.fun ตามกระแส Elon Musk ในขณะที่บัญชีหลอกลวงแอบอ้างชื่อ Musk แพร่ระบาดบน X
  • Musk กำลังผลักดัน X Money สำหรับผู้ใช้ 600 ล้านคน สร้างความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างการเป็นผู้สร้างกระแส เจ้าของแพลตฟอร์ม และผู้ได้ประโยชน์พร้อมกัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

แนวโน้มเป็นขาลงสำหรับเหรียญมีมที่เกี่ยวข้องกับ Musk เนื่องจากข้อมูลชี้ชัดว่าวงจรกระแสจากทวีต Musk สร้างความเสียหายต่อนักลงทุนรายย่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการที่ AI ของ Musk เองยอมรับว่าเขาคือเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ อาจทำให้ความเชื่อมั่นต่อเหรียญที่เชื่อมโยงกับเขาลดลง

AI ที่ Elon Musk สร้างเอง ยอมรับว่าเขาคือบุคคลที่ถูกแอบอ้างชื่อมากที่สุดในโลกคริปโต และเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ผู้คนหลายล้านคนยังคงเฝ้าดูทุกทวีตของเขา เพื่อกระโดดเข้าซื้อเหรียญมีมตาม ๆ กัน นี่คือความสัมพันธ์ที่เป็นพิษมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินหรือไม่

เมื่อ AI ของ Musk เองก็ยอมรับว่าเขาคือตัวปัญหา

เมื่อ AI ของ Musk เองก็ยอมรับว่าเขาคือตัวปัญหา
ภาพจาก AI

เรื่องนี้จะน่าขันมากถ้ามันไม่น่าเศร้าขนาดนี้ Grok ซึ่งเป็น AI ที่พัฒนาโดย xAI บริษัทของ Elon Musk เอง ได้ตอบคำถามผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม X อย่างตรงไปตรงมาว่า Musk คือคนดังที่ถูกแอบอ้างมากที่สุดบน X สำหรับการหลอกลวงเกี่ยวกับคริปโตและ deepfake โดยงานวิจัยหลายชิ้นเชื่อมโยงการแอบอ้างเหล่านี้กับความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์

Grok ระบุว่าการแจ้งเตือนประเภท “Elon ติดตามคุณ” คือกลยุทธ์คลาสสิกของบอทที่ใช้หลอกลวง และเมื่อเปรียบเทียบกับคนดังคนอื่น ๆ ที่ถูกแอบอ้าง ขนาดของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Musk นั้นใหญ่กว่าอย่างเทียบไม่ได้เลย

ลองคิดดูให้ดี AI ที่สร้างโดย Musk ใช้เงินของ Musk ทำงานบนแพลตฟอร์มของ Musk ยังยอมรับว่านายตัวเองคือปัญหาหมายเลขหนึ่งของวงการคริปโต แล้วทำไมผู้คนยังเลือกที่จะไม่ฟัง

เสียงร้องจากเหยื่อที่หมดตัว

เสียงร้องจากเหยื่อที่หมดตัว
ภาพจาก AI

ข้อมูลจากโลกความเป็นจริงยิ่งทำให้ภาพนี้ชัดเจนขึ้น ผู้ใช้งาน X รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า @Valentoshii โพสต์ข้อความด้วยความเจ็บปวดว่าเขาสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตจากการซื้อโทเคนที่เกี่ยวข้องกับ Musk บนแพลตฟอร์ม Pump.fun โดยระบุว่า “คนส่วนใหญ่ติดตาม Elon Musk สร้างโทเคนหลายครั้งแล้วก็เทขายใส่เราทุกที ผมสาบานต่อพระเจ้า ผมสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตบนโทเคนพวกนั้น เพราะติดตาม Elon Musk”

นี่ไม่ใช่กรณีเดียว มันคือตัวแทนของรูปแบบที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า Musk ทวีตเรื่องอะไรสักอย่าง เหรียญมีมที่เกี่ยวข้องพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง นักลงทุนรายย่อยกระโดดเข้าซื้อตาม จากนั้นราคาก็ดิ่งลงเหว คนที่เข้าช้าสูญเสียทุกอย่าง และวงจรนี้ก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายคนรู้ทั้งรู้ว่ามันเสี่ยง แต่ก็ยังเลือกที่จะเล่น เพราะพวกเขาเชื่อว่า “รอบนี้จะต่างออกไป” หรือ “ผมจะออกทัน” นี่คือจิตวิทยาของการพนันที่ถูกห่อหุ้มด้วยคำว่า “การลงทุน”

วงจรมรณะที่ Musk สร้าง มิจฉาชีพใช้ประโยชน์ และรายย่อยจ่ายค่าเทอม

Image from @BrahimRach153
ภาพจาก: @BrahimRach153 (X)

ลองดูหลักฐานที่อยู่ตรงหน้า มีโพสต์บน X ที่อ้างว่า “Elon Musk ยืนยันการเปิดตัว X Money สำหรับผู้ใช้ 600 ล้านคน” พร้อมโปรโมตเหรียญ presale ที่มีราคา $0.000000185 โดยอ้าง audit และการลิสต์บนเว็บกระดานเทรดใหญ่ นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของวิธีที่มิจฉาชีพใช้ชื่อ Musk เป็นเครื่องมือ

วงจรนี้ทำงานอย่างเป็นระบบ ขั้นแรก Musk สร้างกระแสด้วยการทวีตเกี่ยวกับคริปโต หรือแม้แต่การทวีตมีมที่ดูไม่เกี่ยวข้อง ขั้นที่สอง มิจฉาชีพสร้างโทเคนปลอม สร้างบัญชีปลอม หรือทำ deepfake โดยใช้ชื่อและหน้าตาของเขา ขั้นที่สาม นักลงทุนรายย่อยที่หวังรวยเร็วกระโจนเข้าซื้อ ขั้นที่สี่ โทเคนถูกเทขาย ราคาดิ่ง เงินหายไป และขั้นสุดท้าย ทุกคนก็ลืม แล้ววงจรก็เริ่มใหม่เมื่อ Musk ทวีตอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน บัญชีหลอกลวงที่อ้างตัวเป็น “ตัวแทนจาก Elon Musk และ Donald Trump” ก็แพร่ระบาดบน X โดยโพสต์ข้อความว่า “คุณได้รับเลือกให้ชนะเหรียญมูลค่า $5,000” แล้วขอให้เหยื่อส่งที่อยู่กระเป๋าคริปโต ซึ่งข้อมูลที่เราพบเจอมีโพสต์ลักษณะนี้ซ้ำกันมากกว่า 8 โพสต์จากบัญชีเดียวกัน นี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการหลอกลวงเหล่านี้ยังคงทำงานได้ผลอยู่ ไม่เช่นนั้นมิจฉาชีพคงเลิกทำไปแล้ว

Musk ผิดจริงหรือ หรือเราต้องโทษตัวเอง

Image from @ImCryptOpus
ภาพจาก: @ImCryptOpus (X)

นี่คือคำถามที่ยากที่สุด Elon Musk ไม่เคยบังคับให้ใครซื้อเหรียญมีม เขาไม่ได้สร้างโทเคนหลอกลวงเหล่านั้นเอง และเขาไม่ได้ทำ deepfake ของตัวเอง ในทางเทคนิค เขาอาจแค่ “ทวีตเรื่องที่เขาชอบ”

แต่คำถามคือ เมื่อคุณเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกโซเชียลมีเดีย มีผู้ติดตามหลายร้อยล้านคน และ AI ของคุณเองยืนยันว่าชื่อของคุณถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ คุณมีความรับผิดชอบระดับไหนที่จะต้องระมัดระวังในสิ่งที่คุณพูด

ลองเปรียบเทียบ ถ้าแพทย์คนหนึ่งรู้ว่ายาที่เขาแนะนำมีผลข้างเคียงร้ายแรง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ผลิตยาปลอมเอง แต่การที่เขายังคงแนะนำยาตัวเดิมโดยไม่เตือนผู้ป่วย ถือว่ายอมรับได้หรือ

Musk ทวีตเรื่อง Dogecoin แล้ว DOGE พุ่ง เขาทวีตเรื่องบริษัท xAI ที่กำลังรุกคืบเข้าสู่ภาครัฐ เขาถูกฟ้องร้อง ถูกยกฟ้อง แล้วก็กลับมาสร้างกระแสใหม่ ผู้ใช้งาน @shootar และ @bonganidre45260 ต้องออกมาเตือนกันเองว่า “ใครก็ตามที่อ้างว่าเป็น Elon Musk หรือสัญญาผลตอบแทนคริปโตทันที ล้วนเป็นของปลอม” แต่เสียงเตือนเหล่านี้จมหายไปในกระแสกระทิงที่ Musk สร้างขึ้น

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย ที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย ที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง
ภาพจาก AI

สำหรับนักลงทุนคริปโตชาวไทย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ชุมชนคริปโตไทยจำนวนมากติดตาม Musk อย่างใกล้ชิด กลุ่ม LINE กลุ่ม Facebook และห้องแชทเทรดเดอร์ไทยมักส่งต่อทวีตของ Musk พร้อมคำว่า “Elon ทวีตแล้ว ซื้อเลย” โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าทวีตนั้นเป็นของจริงหรือไม่ หรือมีบริบทอะไรซ่อนอยู่

ปัญหาซ้ำเติมคือ แพลตฟอร์มอย่าง Pump.fun ทำให้ใครก็ได้สร้างโทเคนใหม่ได้ภายในไม่กี่นาที เมื่อ Musk ทวีตคำว่า “Doge” หรือแม้แต่โพสต์รูปสุนัข โทเคนใหม่หลายสิบตัวจะถูกสร้างขึ้นทันที และนักลงทุนรายย่อยที่ไม่ทันระวังก็กลายเป็นสภาพคล่องให้คนที่สร้างโทเคนเหล่านั้นเทขายทำกำไร

ข้อมูลจากผู้ใช้ @bestofcryptos เผยว่าแม้แต่แพลตฟอร์มทำนายผลอย่าง Polymarket ก็เคยทดลองให้เดิมพันจากทวีตของ Musk แต่ผลลัพธ์คือล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง นั่นแปลว่าแม้แต่ตลาดที่ออกแบบมาเพื่อประเมินความน่าจะเป็น ก็ไม่สามารถทำนายพฤติกรรมของ Musk ได้ แล้วนักลงทุนรายย่อยจะทำได้อย่างไร

ความขัดแย้งที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

Image from @daneshchothia
ภาพจาก: @daneshchothia (X)

มีความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่ใหญ่มากซ่อนอยู่ในเรื่องนี้ Musk เป็นเจ้าของ X ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักที่มิจฉาชีพใช้แอบอ้างชื่อเขาเพื่อหลอกลวง เขาเป็นเจ้าของ xAI ที่สร้าง Grok ซึ่งถูกถามเรื่องการหลอกลวงคริปโตอยู่ตลอดเวลา และเขากำลังผลักดัน X Money ที่จะเปิดให้ผู้ใช้ 600 ล้านคนใช้งานคริปโต

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Musk กำลังสร้างระบบนิเวศที่เขาเป็นทั้งผู้สร้างกระแส เจ้าของแพลตฟอร์มที่กระแสนั้นแพร่กระจาย และผู้ที่จะได้ประโยชน์จากการที่ผู้ใช้หลายร้อยล้านคนเข้าสู่โลกคริปโตผ่านแพลตฟอร์มของเขา ทั้งหมดนี้ในขณะที่ AI ของเขาเองยอมรับว่าชื่อของเขาเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงหลายพันล้านดอลลาร์

ล่าสุด ศาลยังยกฟ้องคดีที่ xAI ของ Musk ฟ้อง OpenAI ในข้อหาขโมยความลับทางการค้า โดยตัดสินว่าคดีไม่สามารถแสดงหลักฐานการกระทำผิดของ OpenAI ได้ นี่ทำให้เกิดคำถามว่า Musk เป็นนักสร้างนวัตกรรมจริง ๆ หรือเขาเก่งที่สุดในเรื่องการสร้างกระแสและดึงความสนใจ

ความเห็นผู้เขียน

ความเห็นผู้เขียน
ภาพจาก AI

ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Elon Musk คนเดียว มันคือกระจกสะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก คือวัฒนธรรม “ตามผู้นำ” ในวงการคริปโต ที่ผู้คนยอมมอบอำนาจการตัดสินใจทางการเงินให้กับคนดังคนหนึ่ง โดยไม่ตั้งคำถามแม้แต่ครั้งเดียว

ผมไม่ได้บอกว่า Musk เป็นมิจฉาชีพ เขาอาจแค่ชอบทวีตเรื่อง Dogecoin จริง ๆ แต่ปัญหาคือเมื่อคุณมีอิทธิพลระดับนั้น คำพูดของคุณมีน้ำหนักมหาศาล และเมื่อ AI ที่คุณสร้างเองยืนยันว่าชื่อของคุณถูกใช้ทำลายชีวิตคน การเลือกที่จะไม่พูดถึงมัน ก็ไม่ต่างจากการเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

สำหรับนักลงทุนไทย ผมอยากบอกตรง ๆ ว่า ถ้าเหตุผลเดียวที่คุณซื้อเหรียญใดเหรียญหนึ่งคือ “Elon ทวีต” คุณไม่ได้กำลังลงทุน คุณกำลังเล่นพนัน และในคาสิโนนั้น เจ้ามือชนะเสมอ ในกรณีนี้ เจ้ามือคือคนที่สร้างโทเคนก่อนที่คุณจะเห็นทวีต และพวกเขากำลังรอเทขายใส่คุณอยู่

ความสัมพันธ์ระหว่าง Musk กับคริปโตอาจเป็นตัวอย่างของ codependency ที่เป็นพิษที่สุดในประวัติศาสตร์การเงิน ฝ่ายหนึ่งได้ความสนใจและอิทธิพล อีกฝ่ายหนึ่งหวังรวยเร็ว แต่สุดท้ายแล้ว ฝ่ายที่เจ็บตัวมีอยู่ฝ่ายเดียวเสมอ และนั่นไม่ใช่ Elon Musk

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกมองว่าทวีตของมหาเศรษฐีคือสัญญาณลงทุน แล้วเริ่มคิดเองบ้าง ก่อนที่วงจรนี้จะทำลายคนอีกหลายแสนคน