Nvidia กางผลประกอบการไตรมาส กวาดรายได้ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซีอีโอลั่นยุคทอง AI เพิ่งเริ่มต้น

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Nvidia รายงานรายได้ไตรมาส 4 พุ่งแตะ 68,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 73% จากปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ธุรกิจ Data Center ทำสถิติใหม่ ด้วยรายได้ 62,300 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่ายักษ์ใหญ่ด้านไอทียังคงทุ่มเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีท่าทีว่าจะชะลอตัว
  • Jensen Huang ซีอีโอคนดังจาก  Nvidia ให้คำมั่นว่า ความต้องการพลังประมวลผลในปัจจุบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น พร้อมให้ไกด์ไลน์รายได้ไตรมาสหน้าสูงถึง 78,000 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia คือ “เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ช่วยขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีสาย AI และโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน 

การที่ยักษ์ใหญ่รายนี้ให้เป้าหมายไตรมาสหน้าสูงกว่าคาด เป็นการยืนยันว่า กระแสเงินทุนที่จะไหลเข้าอุตสาหกรรม AI ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นเต็มสูบ ซึ่งส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในภาพรวม และช่วยหนุนราคาเหรียญที่เกี่ยวข้องให้มีโอกาสทะยานต่อ

นาทีนี้คงไม่มีใครหยุดความร้อนแรงของ Nvidia (NVDA) ได้อีกแล้ว บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก เพิ่งโชว์ฟอร์มเทพ รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2025 ออกมาได้สวยหรูเกินคาด โดยรายได้พุ่งทะยานสู่ระดับ 68,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 1.62 ดอลลาร์ แซงหน้าตัวเลขที่เหล่านักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.54 ดอลลาร์ไปอย่างขาดลอย ทันทีที่ตัวเลขถูกเผยแพร่ออกมา ราคาหุ้นในช่วงหลังปิดตลาดก็พุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดราว 4% ก่อนจะทรงตัวอยู่ในแดนบวก ตอกย้ำสถานะเจ้าตลาดชิปประมวลผลที่เป็นหัวใจสำคัญของโลกยุคใหม่

ธุรกิจ Data Center โต 13 เท่านับตั้งแต่ยุค ChatGPT

เบื้องหลังความสำเร็จที่น่าทึ่งนี้ มาจากกลุ่มธุรกิจ Data Center ที่สร้างรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 62,300 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เติบโตขึ้น 75% จากปีก่อนหน้า และขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนถึง 22% 

Colette Kress ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ธุรกิจส่วนนี้เติบโตขึ้นเกือบ 13 เท่าตัว นับตั้งแต่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT เมื่อปลายปี 2022 ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสต็อก และสัญญาซัพพลายรองรับความต้องการล่วงหน้ายาวไปจนถึงปี 2027 เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการสยบความกังวลของเหล่านักลงทุนที่เคยกลัวว่า กลุ่มลูกค้ารายใหญ่จะลดการลงทุนในเทคโนโลยี AI

Jensen Huang มั่นใจ “AI มาแล้ว และจะดีขึ้นจากนี้”

Jensen Huang ซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลของ Nvidia ยังคงแสดงวิสัยทัศน์ในเชิงบวกอย่างเต็มเปี่ยม โดยเน้นย้ำว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ไปสู่การประมวลผลแบบเร่งด่วน (Accelerated Computing) ซึ่งพลังงานที่ใช้ในอดีตเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คำกล่าวนี้มาพร้อมกับการให้ไกด์ไลน์รายได้ไตรมาสแรกของปีถัดไปที่สูงถึง 78,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำลายสถิติที่นักวิเคราะห์เคยคาดไว้เพียง 72,900 ล้านดอลลาร์ไปอย่างสิ้นเชิง

เหรียญ AI และหุ้นเหมืองคริปโตขยับรับข่าวดี

อานิสงส์จากงบที่เขียวขจีของ Nvidia ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดหุ้น แต่ยังส่งผลมาถึงโลกคริปโตอย่างชัดเจน โดยเหรียญสาย AI ชื่อดังอย่าง Bittensor (TAO) และ Internet Computer (ICP) ต่างขยับบวกขานรับข่าวดีทันที 

ขณะที่หุ้นเหมืองขุดบิทคอยน์ที่เริ่มผันตัวไปทำโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่าง IREN, Cipher Digital และ TeraWulf ก็มีแรงซื้อเข้ามาในช่วง After-hours เช่นกัน แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนมองเห็นความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นระหว่างพลังประมวลผลของชิป Nvidia และอนาคตของระบบกระจายศูนย์

ที่มา : coindesk


มุมมองผู้เขียน : การที่ Nvidia ทำผลงานได้เหนือความคาดหมายครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นการพิสูจน์ว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่กระแสปั่นแต่คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรมของจริง