bitkub-banner

Kevin O’Leary เชื่อ CLARITY Act จะได้ไฟเขียวสภาฯ พร้อมส่ง Bitcoin ทะยานสู่ $200,000

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Kevin O’Leary มหาเศรษฐีและนักลงทุนชื่อดังจาก Shark Tank ประกาศว่า CLARITY Act ร่างกฎหมายกำกับดูแลคริปโตฉบับสำคัญของสหรัฐฯ จะผ่านสภาคองเกรสภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2026 และเมื่อผ่านแล้วจะเปิดประตูให้ เงินหลายล้านล้านดอลลาร์จากสถาบันการเงิน กองทุนบำนาญ และ sovereign wealth funds ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต ดัน Bitcoin ขึ้นสู่ระดับ $150,000-$200,000 ตามรายงานจาก Vivek Sen บน X และ CoinDesk
  • O’Leary ระบุว่าเมื่อ CLARITY Act ผ่าน สถาบันการเงินจะวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบว่า 97.5% ของผลตอบแทนในตลาดคริปโตสามารถจำลองได้ด้วยการถือแค่ BTC และ ETH เท่านั้น ทำให้ altcoins ส่วนใหญ่จะถูกทิ้ง เพราะสถาบัน “ไม่มีเหตุผลที่จะถืออะไรอื่น” ตามรายงานจาก Yellow.com และ Yahoo Finance/Benzinga
  • CLARITY Act ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรแล้วในเดือนกรกฎาคม 2025 และตอนนี้รอการโหวตในวุฒิสภาซึ่งเดิมคาดว่า Q1 2026 เนื้อหาหลักคือ กำหนดนิยามชัดเจนว่า digital asset ใดเป็น security (อยู่ใต้ SEC) และใดเป็น commodity (อยู่ใต้ CFTC) โดยจัด Bitcoin เป็น “สินทรัพย์โภคภัณฑ์ดิจิทัล” ซึ่งจะ ปลดล็อกให้ธนาคารเสนอบริการ custody, กองทุนบำนาญเข้าลงทุนได้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่กดดันราคา Bitcoin ลงมาที่ ~$63,000 Kevin O’Leary มหาเศรษฐีนักลงทุนจาก Shark Tank กลับมองข้ามความผันผวนระยะสั้นและเน้นย้ำว่า catalyst ที่แท้จริง ของตลาดคริปโตคือ CLARITY Act ร่างกฎหมายที่จะกำหนดกรอบกำกับดูแล digital assets อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ Vivek Sen โพสต์บน X สรุปจุดยืนของ O’Leary ว่า “CLARITY Act จะผ่าน และจะส่ง Bitcoin ไป $200,000 — เงินหลายล้านล้านดอลลาร์กำลังจะไหลเข้า”

CLARITY Act กฎหมายที่ Wall Street รอคอย

ตามข้อมูลจาก Coin Edition และ Inc. CLARITY Act เป็นร่างกฎหมาย bipartisan ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยเนื้อหาหลักคือกำหนดนิยามชัดเจนว่า digital asset ใดเป็น security (กำกับโดย SEC) และใดเป็น commodity (กำกับโดย CFTC) รวมถึงสถานะของ stablecoins

สำหรับ Bitcoin กฎหมายจะจัดให้เป็น “สินทรัพย์โภคภัณฑ์ดิจิทัล” ภายใต้ CFTC ซึ่งจะปลดล็อกหลายสิ่ง ได้แก่ ธนาคารสามารถเสนอบริการ custody ได้อย่างถูกกฎหมาย, แพลตฟอร์มอย่าง Fidelity และ Schwab สามารถรวม BTC เข้าพอร์ตลูกค้า และ กองทุนบำนาญ ที่มีมูลค่ารวม $36 ล้านล้าน สามารถจัดสรรเข้า BTC ได้ หากจัดสรรเพียง 0.5% เท่ากับ demand ใหม่ $180,000 ล้าน ซึ่งมากกว่าผลิต BTC ใหม่ต่อปีหลายเท่า

ตามที่ CoinDesk รายงาน O’Leary คาดว่ากฎหมายจะผ่าน ภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2026 โดยมองว่าสตาฟในสภาคองเกรสทุ่มเวลาส่วนใหญ่ให้กฎหมายนี้แล้ว และจะผลักดันให้ผ่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ส่วน Polymarket ให้ odds สูงถึง 70-90% ว่ากฎหมายจะผ่าน

O’Leary ชี้ — สถาบันจะถือแค่ BTC กับ ETH เท่านั้น

Yellow.com ได้รายงานไว้ว่า O’Leary ให้สัมภาษณ์ว่า “เมื่อสถาบันขนาดใหญ่วิเคราะห์ข้อมูล พวกเขาจะได้ข้อสรุปเดียวกับเรา — คุณจับผลตอบแทนระยะยาวส่วนใหญ่ของตลาดคริปโตได้ด้วย Bitcoin กับ Ethereum เท่านั้น ไม่มีแรงจูงใจให้ถืออะไรอื่น”

O’Leary ระบุว่า 97.5% performance ของตลาดคริปโตในอดีตสามารถจำลองภาพออกมาได้ด้วยสัดส่วน BTC/ETH 50:50 ทำให้เขา ขาย altcoins ทิ้งเกือบทั้งหมด แล้วโยกเงินไปลงทุนในหุ้น infrastructure อย่าง Coinbase, Robinhood และ Circle แทน พร้อมทั้งลงทุนในที่ดินและพลังงานสำหรับ Bitcoin mining/AI data center กว่า 26,000 เอเคอร์

นอกจากนี้ O’Leary ยังเน้นว่า sovereign wealth funds ขนาดใหญ่พร้อมจะเทเงินหลายพันล้านดอลลาร์เข้าคริปโต แต่ติดอยู่ที่ compliance uncertainty โดยกล่าวว่า “CLARITY Act คือจุดเปลี่ยน นั่นคือตอนที่เงินก้อนใหญ่จริงๆ จะเข้ามา”


O’Leary ถือได้ว่ามีมุมที่ดีในการมองภาพใหญ่ของ regulatory landscape แม้จะเคยพลาดเรื่อง FTX ก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้แค่พูด แต่ลงมือจริง — ขาย altcoins ทิ้ง, ซื้อหุ้น infrastructure, ลงทุนในพลังงาน/ที่ดินสำหรับ mining ในช่วงที่ BTC อยู่ที่ $63,000 จากสงคราม คำทำนาย “$200,000” อาจดูไกล แต่ถ้า CLARITY Act ผ่านจริงตาม timeline ที่ O’Leary คาด (กลางพ.ค. 2026) เราอาจได้เห็นขาขึ้นที่ถูกขับเคลื่อนจากนักลงทุนสถาบันอีกครั้งก็เป็นได้

URL slug: kevin-oleary-clarity-act-bitcoin-200000-institutions-btc-eth

ที่มา: CoinDesk, X, Yellow.com, Coin Edition