สรุปข่าว
- อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการและขู่จะยิงทำลายเรือสินค้าทุกลำ เพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล
- กองกำลังอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง รวมถึงซาอุดีอาระเบียและยูเออี
- เส้นทางนี้เป็นทางผ่านของน้ำมันกว่า 20% ของโลก การปิดตัวลงอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นและกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอย่างรุนแรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
สถานการณ์สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลางและการปิดกั้นเส้นทางขนส่งพลังงานหลัก เป็นปัจจัยลบอย่างรุนแรงต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก (หุ้น, คริปโต) เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย แต่จะเป็นปัจจัยบวกอย่างมหาศาลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบและทองคำ ซึ่งจะถูกใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเดือดพล่านถึงขีดสุด เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกประกาศกร้าวเมื่อวันจันทร์ว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” ถูกปิดตายอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมขู่ว่าจะระดมยิงและ “เผาทำลาย” เรือทุกลำที่พยายามจะฝ่าวงล้อมเข้ามา
Ebrahim Jabari ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติฯ ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า “ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว หากใครหน้าไหนกล้าลองดี เหล่าวีรบุรุษแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติฯ และกองทัพเรือจะเปลี่ยนเรือเหล่านั้นให้กลายเป็นทะเลเพลิง” คำเตือนนี้นับเป็นคำขู่ที่รุนแรงและชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณปิดเส้นทางส่งออกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำครั้งนี้ถือเป็นการบีบคอเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกที่ขนส่งน้ำมันดิบถึง 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้ทั่วโลก
ชนวนเหตุของมาตรการขั้นเด็ดขาดนี้ เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่มุ่งเป้าโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอิหร่านในการขับไล่ผู้นำศาสนา ส่งผลให้อิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับที่เป็นฐานที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกาตาร์ คูเวต และบาร์เรน รวมถึงเป้าหมายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เปราะบางที่สุดในโลก ด้วยความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร (21 ไมล์) ณ จุดที่แคบที่สุด การปิดกั้นเส้นทางนี้ไม่เพียงแต่จะตัดขาดการส่งออกน้ำมันจากผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ยังซ้ำเติมวิกฤตการขนส่งโลกที่บอบช้ำอยู่แล้วจากการโจมตีเรือในทะเลแดงและอ่าวเอเดนของกลุ่มกบฏฮูตีที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2023 ทำให้นักลงทุนทั่วโลกตื่นตระหนกและจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่อาจพุ่งทะยานอย่างรุนแรง
นี่คือฝันร้ายที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกกลัวที่สุด การปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร แต่คือการ “จับตัวประกัน” ทางเศรษฐกิจระดับโลก หากอิหร่านทำจริงและยืดเยื้อ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะดันเงินเฟ้อให้กลับมาหลอนธนาคารกลางทั่วโลกอีกครั้ง สำหรับนักลงทุน ช่วงเวลานี้เงินสด และทองคำ อาจเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด การพยายามรับมีดในตลาดหุ้นหรือคริปโตขณะที่ขีปนาวุธกำลังปลิวว่อนเหนืออ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นความเสี่ยงที่สูงเกินไป
ที่มา: reuters
